หน้าแรก   |   ข่าวสารพยาบาล

บทความ "พยาบาลอาสา... พยาบาลของพระราชา" เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้"

จำนวนผู้เข้าชม : 17 ครั้ง


เนื่องในวันนวมินทรมหาราช และวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ปวงพสกนิกรและผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประทับคู่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ภายในกระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาลและผดุงครรภ์ จากภาคการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศ จำนวน 10,000 คน ได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ "รวมพลัง พยาบาล สืบสานปณิธาน" เพื่อแสดงความจงรักภักดีและตั้งจิตอธิษฐานน้อมนำพระบรมราโชวาทมาปฏิบัติในการดูแลสุขภาพอนามัยของปวงชนชาวไทย


 


หัวใจสำคัญที่ทำให้ภารกิจพระราชทานดำเนินไปอย่างบรรลุผล คือพลังความเสียสละของ "ทีมพยาบาลอาสา" ซึ่งมีบทบาทจำเพาะในฐานะพยาบาลวิชาชีพผู้เปี่ยมด้วยคุณวุฒิ ทักษะความเชี่ยวชาญ และได้รับสิทธิในการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์โดยตรง ที่พร้อมเสียสละเวลาและกำลังกายลงพื้นที่ไปดูแลประชาชนด้วยจิตอันเป็นกุศล เหล่าพยาบาลอาสาและทีมแพทย์ได้อุทิศตนลงพื้นที่เคียงข้างพระองค์ ทั้งการเดินเท้าข้ามห้วยขึ้นเขา ตลอดจนการสัญจรทางน้ำด้วย "เรือพระราชทานเวชพาหน์" ซึ่งนับเป็นเรือเวชกรรมเคลื่อนที่ทางน้ำลำแรกของโลก สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพในการเอาพระทัยใส่ราษฎรริมแม่น้ำลำคลอง เพื่อให้บริการตรวจคัดกรอง ทำแผล ให้การรักษาเบื้องต้น และแจกจ่ายยาอย่างทั่วถึง

พร้อมกันนี้ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุมและยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยพลังของคนในพื้นที่ จึงทรงมีพระราชดำริในการฝึกอบรมชาวบ้านและผู้นำชุมชนในพื้นที่ทุรกันดารให้มีความรู้พื้นฐานด้านการสาธารณสุข การปฐมพยาบาล และการส่งต่อผู้ป่วย เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยแพทย์ในท้องถิ่น พระราชดำริอันก้าวหน้านี้ได้กลายเป็นรากฐานและต้นแบบสำคัญของการจัดตั้งระบบ "อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)" ซึ่งต่อมาได้เติบโตเป็นเครือข่ายภาคประชาชนในการดูแลและส่งเสริมสุขภาพระดับฐานรากของประเทศไทยอย่างยั่งยืน


 

จิตวิญญาณแห่งการเสียสละของพยาบาลอาสายังเป็นการสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) ผู้ทรงก่อตั้ง "มูลนิธิแพทย์อาสาสมัครสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)" ซึ่งรัชกาลที่ 9 ทรงสนับสนุนและต่อยอดภารกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้พยาบาลอาสาจากทั่วประเทศมีโอกาสร่วมอุทิศตนเพื่อผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร จากอดีตสู่ปัจจุบัน สายธารแห่งพระมหากรุณาธิคุณยังคงสืบสานผ่านเครือข่าย พอ.สว. ซึ่งมีสมาชิกบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขรวมกว่า 50,000–60,000 คน โดยมีพยาบาลอาสาเป็นกำลังหลักในการออกหน่วยเคลื่อนที่ครอบคลุมพื้นที่ห่างไกล 59 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ 11 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, น่าน, เพชรบูรณ์, ตาก, อุตรดิตถ์, พิษณุโลก, พะเยา, แพร่ และอุทัยธานี ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครพนม, สกลนคร, อุดรธานี, หนองคาย, เลย, มุกดาหาร, หนองบัวลำภู, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม และบึงกาฬ ขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก 14 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์, กาญจนบุรี, ราชบุรี, เพชรบุรี, ตราด, ปราจีนบุรี, จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, สระแก้ว, นครนายก, สิงห์บุรี และชัยนาท และภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ยะลา, นราธิวาส, สงขลา, นครศรีธรรมราช, ชุมพร, ระนอง, สตูล, ปัตตานี, พัทลุง, สุราษฎร์ธานี, พังงา, กระบี่, ตรัง และภูเก็ต

 ยิ่งไปกว่านั้น ในยามเกิดภาวะวิกฤตและภัยพิบัติต่างๆ พยาบาลอาสายังปฏิบัติหน้าที่เป็น "ด่านหน้า" สำคัญอันเปี่ยมด้วยทักษะความเชี่ยวชาญ ทั้งการคัดกรองประเมินสัญญาณชีพ การให้การพยาบาลฉุกเฉินและทำหัตถการเบื้องต้น การควบคุมสุขาภิบาลและป้องกันโรคติดต่อ การเยียวยาสุขภาพจิตผู้ประสบภัย ตลอดจนการลุยน้ำลุยภัยพิบัตินำยาและเวชภัณฑ์ไปมอบให้แก่ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในพื้นที่ตัดขาด ให้ประชาชนได้อุ่นใจว่าแม้ในยามมืดมนที่สุดของชีวิต พวกเขาก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้ง ตลอดระยะเวลาเจ็ดทศวรรษแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อสุขภาพอนามัยของปวงชนชาวไทยอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 แต่พระราชปณิธานยังคงสถิตแน่นอยู่ในดวงใจของบุคลากรทางการแพทย์ ภาพของพยาบาลนับหมื่นคนที่มารวมพลังกันเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 จึงเป็นพันธสัญญามั่นว่า "วิชาชีพพยาบาลอาสาตามรอยพระบาท" จะยังคงทำหน้าที่ดูแลสุขภาพ โอบอุ้ม และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ประชาชนไทยตราบนานเท่านาน


 

เอกสารอ้างอิง (References) 1.กระทรวงสาธารณสุข และ สภาการพยาบาล. (2559). ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรม "รวมพลัง พยาบาล สืบสานปณิธาน" น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระบรมราชชนก และสมเด็จพระบรมราชชนนี กระทรวงสาธารณสุข. 2.สภากาชาดไทย และ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์. (2561). เรือพระราชทาน “เวชพาหน์” หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ทางน้ำลำแรกของโลก. 3.สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน ป.ป.ร.). (2560). พระมหากรุณาธิคุณด้านการสาธารณสุขและการแพทย์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร. 4.มูลนิธิแพทย์อาสาสมัครสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.). (2566). รายงานประจำปีและทำเนียบจังหวัดสมาชิก พอ.สว. 59 จังหวัดทั่วประเทศ.


 


 

Recent Posts