หน้าแรก   |   ข่าวสารพยาบาล

๑๕ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ขอให้พิจารณายกเลิกหนังสือสำนักงาน ก.พ. ว ๒๑ หวั่นกระทบความก้าวหน้าวิชาชีพ และระบบบริการสุขภาพ

จำนวนผู้เข้าชม : 250 ครั้ง


วันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๙ ณ รัฐสภา ชมรมผู้บริหารทางการพยาบาลแห่งประเทศไทย ชมรมพยาบาลชุมชนแห่งประเทศไทย ชมรมผู้บริหารการพยาบาลโรงพยาบาลชุมชน ชมรมพยาบาลชุมชน รพศ./รพท. แห่งประเทศไทย ชมรมพยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งประเทศไทย ชมรมพยาบาลวิชาชีพสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแห่งประเทศไทย อาจารย์พยาบาลสถาบันพระบรมราชชนก พยาบาลวิชาชีพกรมอนามัย สมาคมเทคนิคการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทย ชมรมเทคนิคการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ชมรมรังสีการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทย และชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับทั่วประเทศ ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ขอให้พิจารณาดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ น.ร. (ค.ป.ร.) ๑๐๐๘.๔/ว ๒๑ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๙ เรื่อง การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ พร้อมขอให้ระงับการดำเนินการใด ๆ ตามหนังสือดังกล่าวไว้ก่อน 

เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพยืนยันว่า มิได้คัดค้านเจตนารมณ์ของการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านงบประมาณของประเทศ แต่เห็นว่าหนังสือดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นการทั่วไป โดยมิได้จำแนกลักษณะภารกิจของหน่วยงานที่ให้บริการประชาชนโดยตรง และมิได้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อผู้ปฏิบัติงานและระบบบริการสุขภาพของประชาชน โดยมี ๖ ประเด็นข้อเท็จจริงสำคัญที่เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพขอให้พิจารณา

๑. มาตรการชะลอการกำหนดตำแหน่งครอบคลุมเส้นทางความก้าวหน้าหลักของวิชาชีพทั้งหมด แนวทางปฏิบัติฯ ข้อ ๑.๒ กำหนดให้ทุกส่วนราชการชะลอการกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับทรงคุณวุฒิ ทุกกรณี ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวคือเส้นทางความก้าวหน้าตามสายวิชาชีพเพียงเส้นทางเดียวของผู้ปฏิบัติงานหลายวิชาชีพ ผลของมาตรการนี้จึงทำให้ผู้ปฏิบัติงานจำนวนมากต้องติดค้างอยู่ในระดับชำนาญการไปจนถึงวันเกษียณอายุราชการ โดยที่ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และภาระงานที่เพิ่มขึ้นตามอายุราชการมิได้รับการรับรองความก้าวหน้าทางตำแหน่งแต่อย่างใด

๒. การกำหนดข้อยกเว้นมีลักษณะเลือกปฏิบัติระหว่างวิชาชีพสุขภาพที่ปฏิบัติงานในสถานบริการเดียวกัน แนวทางปฏิบัติฯ ข้อ ๒.๒ (๒) และ (๓) กำหนดข้อยกเว้นจากมาตรการชะลอฯ ให้แก่ สายงานแพทย์ ทันตแพทย์ นายสัตวแพทย์ เภสัชกร นักวิชาการตรวจสอบภายใน และนักกฎหมายกฤษฎีกา แต่มิได้กำหนดข้อยกเว้นให้แก่ วิชาชีพอื่นนอกเหนือจากวิชาชีพดังกล่าวข้างต้น ทั้งที่เป็นผู้ให้บริการสุขภาพในสถานบริการสุขภาพเช่นเดียวกันและเป็นฟันเฟืองที่สำคัญของระบบบริการสุขภาพ รวมถึงปฏิบัติงานเป็นเวรผลัดต่อเนื่องตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทุกวันตลอดปี การกำหนดข้อยกเว้นในลักษณะดังกล่าวจึงเป็นการปฏิบัติที่แตกต่างกันต่อบุคคลซึ่งอยู่ในทีมสุขภาพเดียวกัน อันขัดต่อหลักความเสมอภาคและก่อให้เกิดเหลื่อมล้ำระหว่างวิชาชีพภายในหน่วยบริการเดียวกันอย่างกว้างขวาง

๓. เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ที่กระทบสิทธิของผู้ที่อยู่ในกระบวนการประเมินซึ่งดำเนินการมาแล้วหลายปี แนวทางปฏิบัติฯ ข้อ ๑ วรรคสอง (๒) ให้ชะลอตำแหน่งตามแผนการปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นของส่วนราชการ ตามหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ น.ร. ๑๐๐๘/ว ๒๐ ลงวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ ประกอบกับคำตอบตามเอกสารถาม-ตอบ หมวดที่ ๒ คำถาม ๓ ที่ให้ชะลอการดำเนินการตามแผนซึ่ง อ.ก.พ. กระทรวง ได้เคยให้ความเห็นชอบไว้แล้วสำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ - ๒๕๗๐ ย่อมมีผลให้ผู้ปฏิบัติงานที่ได้จัดทำผลงานวิชาการและเข้าสู่กระบวนการประเมินตามแผน ๓ ปี ซึ่งเริ่มดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายมาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ๔ ต้องสูญเสียสิทธิที่ได้ก่อตั้งขึ้นแล้วโดยมิได้มีความบกพร่องใด ๆ อันเป็นการกระทบต่อความเชื่อถือและไว้วางใจที่ข้าราชการพึงมีต่อความแน่นอนของหลักเกณฑ์ของทางราชการ

๔. กลุ่มผู้ปฏิบัติงานตามแผนความก้าวหน้าสายงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก แนวทางปฏิบัติฯ ข้อ ๑ วรรคสอง (๓) ให้ชะลอการกำหนดตำแหน่งในสายงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีลักษณะงานเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาด้วย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ปฏิบัติงานในกลุ่มดังกล่าวที่ได้จัดทำผลงานวิจัยและนวัตกรรม และอยู่ระหว่างรอรับการประเมินเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งระดับชำนาญการพิเศษ ไม่น้อยกว่า ๕,๐๐0 ราย ผลงานเหล่านี้เป็นผลงานที่ใช้ในการพัฒนาคุณภาพบริการแก่ประชาชนโดยตรง การชะลอตามแนวทางปฏิบัติดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นการลดทอนแรงจูงใจในการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยของทั้งระบบ

๕. ผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและการสูญเสียกำลังคนของระบบสุขภาพ นับแต่วันที่มีการแจ้งเวียนหนังสือที่อ้างถึง ๑ เป็นต้นมา ได้เกิดความสับสนและความรู้สึกไม่เป็นธรรมในหมู่ผู้ปฏิบัติงานอย่างกว้างขวาง ปรากฏเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างต่อเนื่อง ผู้ปฏิบัติงานจำนวนหนึ่งได้แสดงเจตนาลาออกหรือขอโอนย้ายไปสังกัดหน่วยงานอื่นและภาคเอกชน ซึ่งการสูญเสียกำลังคนทีรัฐได้ลงทุนผลิตและพัฒนามาแล้วเป็นเวลานาน ย่อมเป็นความสูญเปล่าทางงบประมาณที่มีมูลค่าสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่มาตรการนี้มุ่งประหยัด และมิใช่ความสูญเสียที่จะชดเชยกลับคืนมาได้โดยง่าย

๖. ผลกระทบต่อคุณภาพบริการสุขภาพของประชาชน จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหาภาระงานที่เพิ่มขึ้นจากการขาดอัตรากำลัง เมื่อมีมาตรการชะลอการกำหนดตำแหน่งตามหนังสือที่อ้างถึง ๑ ที่กำหนดข้อยกเว้นจากมาตรการชะลอฯ เฉพาะบางวิชาชีพ ยิ่งเป็นเหตุให้เกิดความเหลื่อมล้ำ อันนำไปสู่การสูญเสียอัตรากำลังซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสัดส่วนบุคลากรต่อผู้รับบริการ ต่อความปลอดภัย และคุณภาพของบริการสุขภาพของประชาชนในทุกบริบทของระบบสุขภาพของประเทศไทย อันเป็นผลมาจากกระทรวงสาธารณสุขมิสามารถธำรงไว้ซึ่งผู้ปฏิบัติงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในระบบได้ 


จากเหตุผลและข้อเท็จจริงทั้ง ๖ ประเด็น ชมรมผู้ปฏิบัติงานทั้ง ๑๕ เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพ จึงขอให้คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ได้โปรดพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพื่อให้มีการยกเลิกหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ น.ร. (ค.ป.ร.) ๑๐๐๘.๔/ว ๒๑ ลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๙ พร้อมแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ และให้ระงับการดำเนินการใด ๆ ตามหนังสือดังกล่าวไว้ก่อน


ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐดำเนินไปบนฐานข้อมูลความจำเป็นเชิงภารกิจของแต่ละส่วนราชการ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกระดับอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบราชการและประชาชนผู้รับบริการอย่างแท้จริง

Recent Posts