คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ได้ร่วมเป็นหน่วยบริการที่รับการส่งต่อเฉพาะด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท จากปี 2563 ที่ได้นำร่องบริการคลินิกการพยาบาลฯ จำนวน 6 แห่ง ต่อมาในปี 2564 นำร่องเพิ่มเติมเป็น 28 แห่ง และในปี 2565 ได้ขยายการบริการไปทั่วประเทศ โดยมีคลินิกการพยาบาลฯ สมัครเข้าร่วม 93 แห่ง และขณะนี้ ปี 2566 มีคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ทั่วประเทศร่วมเป็น “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” แล้ว จำนวน 241 แห่งในจำนวนนี้ มีคลินิกการพยาบาลฯ ที่เป็นสถาบันการศึกษาพยาบาลเข้าร่วม 2 แห่ง คือ 1. คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ วิทยาลัยพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 2. คลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ 21 กันยายน 2565 พิธีเปิด ณ หอพักคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บางขุนนนท์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ยาใจ สิทธิมงคล คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าร่วมงานและมอบป้าย “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” เพื่อแสดงถึงการเป็นหน่วยบริการร่วมให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ จากคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้แทนจากหน่วยงานใกล้เคียง รวมทั้งประชาชนในเขตบางกอกน้อยเข้าร่วมงาน กิจกรรมภายในงาน มีการบริการตรวจสุขภาพจากคณาจารย์พยาบาลผู้เชี่ยวชาญ บริการฟรี อาทิ การคัดกรองมะเร็งเต้านม คัดกรองพัฒนาการเด็ก การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด การจัดการอาการที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ และการคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตทุกช่วงวัย เป็นต้น โดยจะให้บริการตั้งแต่วันที่ 21 - 23 กันยายน 2565สำหรับคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ นี้ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหน่วยบริการสุขภาพที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย และเชื่อถือได้ สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสภาวิชาชีพ รวมทั้งผลสำรวจที่พบว่าประชาชนต้องการการดูแลจากบุคลากรของคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งเป็นพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลประชาชนทุกกลุ่มวัย โดยคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์นี้ เป็นหน่วยบริการร่วมในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “คลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่น” เพื่อให้บริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้น การคัดกรองความเสี่ยง การป้องกันโรค และการให้คำปรึกษาทางสุขภาพ ตลอดจนการส่งต่อบุคคลที่มีความเสี่ยงหรือบุคคลที่มีการเจ็บป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม เพื่อลดความาแออัดในโรงพยาบาลคลินิกการพยาบาลและการผดุงครรภ์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนในทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา โดยประชาชนสามารถเข้ารับบริการดูแลสุขภาพได้ จากคณาจารย์พยาบาลวิชาชีพผู้มีความเชี่ยวชาญต่อไป นอกจากเป็นสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติที่บูรณาการทั้งการให้บริการ ความรู้ การจัดการดูแลสุขภาพที่เชื่อมโยงชุมชนในพื้นที่หน่วยงานภาครัฐแล้ว นักศึกษาพยาบาลยังเรียนรู้บทบาทของผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบการทางการพยาบาลในคลินิก ขณะเดียวกันเป็นพื้นที่ให้อาจารย์พยาบาลได้นำความรู้ ความเชี่ยวชาญมาให้บริการประชาชนเป็นการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คลินิกการพยาบาลชุมชนอบอุ่นได้รับการตอบรับจากประชาชนเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลปี 2566 ที่ผ่านมา มีประชาชนเข้ารับบริการถึงจำนวน 51,677 คน 140,695 ครั้ง และมีแนวโน้มการรับบริการที่เพิ่มมากขึ้น คลินิกการพยาบาลชุมชนอบอุ่นตั้งอยู่ในชุมชนทางเลือกที่ใกล้บ้าน สะดวกในการเข้ารับบริการ ไม่ต้องรอคิวนาน ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประชาชนเข้าถึงสิทธิและบริการในระบบบัตรทอง 30 บาท เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในการดูแลผู้ป่วย และพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิของประเทศตามรัฐธรรมนูญ
การให้บริการโดยคลินิกพยาบาลชุมชนอบอุ่นนั้น เป็นการให้บริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิ ครอบคลุมทั้งบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค 7 รายการ ได้แก่ 1.บริการฝากครรภ์ในกรณีแพทย์วินิจฉัยแล้วไม่ใช่ครรภ์เสี่ยง 2.บริการจ่ายยาเม็ดคุมกำเนิด 3.บริการถุงยางอนามัย 4.บริการทดสอบการตั้งครรภ์ 5.บริการตรวจหลังคลอด 6.บริการยาเสริมธาตุเหล็กและกรดโฟลิก (ยาเม็ดรวม Ferrofolic หรือที่เทียบเท่า) และ 7.บริการคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต
การบริการผู้ป่วยนอก โดยให้บริการยาตามแผนการรักษาของหน่วยบริการประจำ หรือ หน่วยบริการที่รับการส่งต่อ การบริการพยาบาลพื้นฐาน ได้แก่ บริการทำแผลชนิดต่างๆ ทั้งแผลแห้ง แผลเย็บ แผลเปิด แผลติดเชื้อ และแผลขนาดใหญ่ การใส่สายยางให้อาหาร และการให้สายสวนปัสสาวะ รวมถึงบริการเช็ดตาล้างตาและล้างจมูก และการบริการดูแลสุขภาพผู้ป่วยที่บ้าน
สำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องได้รับบริการที่บ้าน ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ป่วยที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เช่น หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยง หญิงหลังคลอดที่มีภาวะ แทรกซ้อน มารดาหลังคลอดส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เยี่ยมไม่เกิน 4 ครั้งต่อคนต่อปี 2.กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถควบคุมอาการได้ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้ มีปัญหาในการปฏิบัติตน เยี่ยมไม่เกิน 6 ครั้งต่อคนต่อปี และ 3.กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังและมีการไร้ความสามารถเล็กน้อย ได้แก่ ผู้ที่มีปัญหา ในการทำกิจวัตรประจำวัน ต้องพึ่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ผู้ป่วยที่ใส่สายยางให้อาหาร หรือ สายสวนปัสสาวะ หรือ ล้างไตทางช่องท้อง เยี่ยมไม่เกิน 8 ครั้งต่อคนต่อปี และ 4.การตรวจรักษาโรคเบื้องต้น