Welcome to Thai nursing time
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 เวลา 09.30 น.ณ ห้องประชุมวชิรเวช ชั้น 14 อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภาพิธีมอบรางวัลแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ นายกแพทยสภา เป็นประธานในพิธีและผู้มอบรางวัล วัตถุประสงค์หลักในการควบคุมดูแลและส่งเสริมให้แพทย์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ และในขณะเดียวกันก็มีวัตถุประสงค์สำคัญในการส่งเสริมความสามัคคีและผดุงเกียรติของสมาชิกในฐานะที่เป็นตัวแทนของแพทย์ทั่วประเทศ แพทยสภาจึงสร้างกระบวนการคัดเลือกแพทย์ทั่วประเทศที่มีผลงานดีเด่น และมีคุณธรรมเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแพทย์ดีเด่น เป็นประจำทุก 2 ปี โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2539 แพทย์ดีเด่นแพทยสภานั้น คณะกรรมการแพทยสภาจะมีการคัดเลือกเป็นประจำทุก ๆ 2 ปี เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติให้สาธารณชนได้รับทราบถึงการทำงานของแพทย์ที่ปฏิบัติดีเด่น ทางด้านการครองตน ครองคน และ ครองงาน โดยคณะกรรมการแพทยสภาจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาแพทย์ดีเด่นของแพทยสภาประจำวาระต่าง ๆ โดยให้มีหน้าที่ดำเนินกระบวนการและพิจารณาสรรหาแพทย์ดีเด่นของแพทยสภาประจำ พ.ศ. นั้น แล้วพิจารณาเสนอรายชื่อให้คณะกรรมการแพทยสภาทราบ และรางวัลแพทย์ดีเด่นแพทยสภา ประจำปีพุทธศักราช 2567 ผู้รับรางวัลประกอบด้วย 1.แพทย์หญิงจิรวรรณ อารยะพงษ์ แพทย์ดีเด่นกลุ่มผู้บริหาร 2.ศาสตราจารย์ นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดี แพทย์ดีเด่น กลุ่มอาจารย์แพทย์3.นายแพทย์วัชระ เอี่ยมรัศมีกุล แพทย์ดีเด่นกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน
แพทย์หญิงจิรวรรณ อารยะพงษ์ แพทย์ดีเด่นของแพทยสภา พ.ศ.2567กลุ่มผู้บริหาร
ความในใจ ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้รับหนังสือจากทีมอนุกรรมการคัดเลือกของแพทยสภาไปประเมิน เพื่อรับรางวัลแพทยสภาดีเด่น เกิดความสงสัยว่า วิธีการได้มาแต่ละขั้นตอน เป็นอย่างไร สรุปว่ามี 4-5 ขั้นตอน (ต้องมีการเสนอชื่อกรรมการแพทยสภาแต่ละท่านลงคะแนน 1man 1vote แพทยสภาส่งเอกสารไปยังผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน แต่ละระดับ หลังจากนั้นอนุกรรมการลงพื้นที่ประเมิน) ในครั้งแรกที่ทีมแพทยสภาไปประเมินในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลชลบุรี ยังเรียนอาจารย์ไปว่ารางวัลที่เคยได้มาเป็นแรงใจที่ยังต้องทำงานในฐานะผู้บริหารให้ดีต่อไปถึงไม่ได้ในครั้งนี้ ก็ภูมิใจและดีใจที่อาจารย์มาเยี่ยมและเป็นกำลังใจที่ดี และทีมอาจารย์ก็ได้ไปประเมินอีกครั้งในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี
รู้สึกเป็นเกียรติกับตนเองและครอบครัว ซึ่งเป็นแพทย์เป็นอย่างยิ่ง กับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ต้องขอบคุณผู้ที่ให้โอกาสทั้งพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ตั้งแต่เป็น นักเรียน นักศึกษาแพทย์ แพทย์ประจำบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ทุกท่านที่ทำให้มีความรู้ มีทักษะที่ดี ในการประกอบอาชีพแพทย์ มีทักษะในการบริหารจัดการ จนสามารถเป็นผู้บริหารของโรงพยาบาล ตั้งแต่ 10 เตียง 30 เตียง 160 -250 เตียง 550 เตียง 700 - 850 เตียง ระหว่างทางได้รับการสนับสนุน จากเพื่อนร่วมงานทุกระดับทุกวิชาชีพ มีปัญหาอุปสรรคในระหว่างทางบ้างก็ถือว่าเป็นครู เป็นบทเรียนให้ตนเองพัฒนา หรือหาทางแก้ปัญหา ให้เกิดการเรียนรู้ต่อไป คงเป็นบุญวาสนาที่ได้ทำมาก่อน ให้มาเจอกันเพื่อพัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศด้วยกัน หลักการทำงาน เมื่อเป็นแพทย์ ดูแลผู้ป่วยด้วยความรัก และความรู้ หลักการบริหาร เข้มงวดกับตัวเอง ( Be Strict with yourself ) ทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Do the right thing ) เมตตา เสียสละ กล้าตัดสินใจ และรับผิดชอบ สุดท้าย อยากเห็นวงการแพทย์ของเราได้รับการยอมรับทั้งในด้านความรู้ ความสามารถและคุณธรรมจริยธรรม ประโยชน์ส่วนรวมของสังคม หรือประเทศชาติเป็นหลักในการทำงานและการดำเนินชีวิต .
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ทวีศักดิ์ แทนวันดีแพทย์ดีเด่นของแพทยสภา พ.ศ. 2567กลุ่มอาจารย์แพทย์
บทความจากใจ ผมขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณแพทยสภาอันประกอบด้วยกรรมการบริหารและกรรมการคัดเลือกแพทย์ดีเด่นที่ได้ให้เกียรติสูงสุดในชีวิตต่อผม ผมขอมอบรางวัลนี้แด่พ่อแม่ บุรพาจารย์แพทย์ เพื่อนแพทย์ ผู้ร่วมงานและผู้ป่วยทุกๆ ท่าน ที่ได้ให้โอกาสผมทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและหล่อหลอมจนเป็นผม ในทุกวันนี้การเป็นแพทย์เปรียบเสมือนเป็นครูของผู้ป่วยทั้งรักษาและชี้นำผู้ป่วยให้หายและห่างไกลจากโรค แต่ผมได้รับโอกาสมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งคือได้เป็นอาจารย์ (ครู) แพทย์ การเป็นครูแพทย์ซึ่งนอกจากจะสั่งสอนความรู้แล้วยังมีโอกาสช่วยชี้นำแนวคิด สร้างแรงบัลดาลใจให้กับศิษย์และยังมีส่วนช่วยชี้นำสังคมจาก องค์ความรู้ที่มีครูแพทย์จึงไม่ใช่เพียงคนพายเรือจ้างที่ส่งศิษย์ถึงฝั่งแล้วรับเงิน(เดือน) แต่คือเลือดเนื้อจิตใจ เป็นครู ไม่จ้างก็ยินดีทำ เฝ้าวนเวียนช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับศิษย์ มีความสุขจากที่ได้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นและสังคมรวมถึงมีความยินดีกับความสำเร็จของศิษย์ทุกๆคน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคม ความบีบคั้นทางเศรษฐกิจ ค่านิยมและความคิดเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงช่องว่างระหว่างคนรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ร่วมกับความอ่อนแอของสังคม ผมขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนแพทย์และอาจารย์แพทย์ทุกๆท่านในทุกช่วงวัย ขอให้มีความสุขกับการปฏิบัติวิชาชีพที่ซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อตัวเอง ต่อวิชาชีพและต่อสังคม สุดท้ายนี้ขอน้อมนำพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 4 ที่ได้ดำรัสว่า “อย่าติดของเก่า อย่าตื่นของใหม่ จงค้นหาดีในของเก่าและของใหม่" หากนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมเรายังรักษาค่านิยมเก่าๆที่ดีในสภาวะสังคมปัจจุบันที่มีความก้าวหน้าเร็วมาก ในขณะที่ความเอื้ออาทรกับลดลงจะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้ป่วยและการดูแลศิษย์ของเรา ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนแพทย์ทุกๆ คน มีความสุขในการทำงานจำได้เผื่อแผ่ความสุขไปสู่ผู้ป่วยและน้องๆ แพทย์
นายแพทย์วัชระ เอี่ยมรัศมีกุล แพทย์ดีเด่นของแพทยสภา พ.ศ. 2567 กลุ่มผู้ปฏิบัติงาน
ความในใจ
ตั้งใจจะเป็นแพทย์เมื่อ 50 ปีก่อนตอนอยู่ชั้นประถม 4 พอเรียนมัธยมต้นได้เป็นหัวหน้าห้องแต่คุมเพื่อนไม่อยู่เลยโดนทำโทษคนเดียว ไม่โกรธแต่เสียใจที่เพื่อนไม่เชื่อฟัง ชีวิตเด็กต่างจังหวัดเคยได้อ่านหนังสือ “คู่มือมนุษย์” ของท่านพุทธทาส แต่ไม่เข้าใจเพราะยังเด็กเกินไป เมื่อเข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมพญาไทได้เป็นหัวหน้าห้องและได้รับรางวัลบ่อยเพราะเพื่อนร่วมมือกันดี แต่มีเรื่องเสียใจมากที่ไปเถียงกับคุณครูว่าศาสนาไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต มามองย้อนหลังรู้ว่าตัวเองเขลา ช่วงนั้นโฮมซิคและคิดว่าตัวเองไร้ค่าอยู่บ่อยครั้ง สอบเข้าได้เรียนแพทย์จุฬา ฯ จึงได้มากกว่าที่คิด “ความรู้คู่คุณธรรม” ก้องอยู่ในใจเสมอ วันที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจำได้คำเดียว “พัฒนา” ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้น้อมนำมาใช้ตลอดชีวิต
มีโอกาสเรียนทางไกลกับวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ทำให้เข้าใจเรื่อง “Asymmetry of Knowledge” และ “Health Equity” ได้พบหนังสือ “พุทธธรรม” ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตโต) เหมือนได้คำตอบที่ตามหามานาน และหลังได้ฟังไฟล์เสียง “สามก๊กฉบับคนขายชาติ” ทำให้เข้าใจเรื่องการทำงานใหญ่
หลังเรียนจบเฉพาะทางสูตินรีแพทย์ อาจารย์คุณหญิงกอบจิตต์ ลิมปพยอม ชวนทำโครงการ VIA แก้ปัญหามะเร็งปากมดลูกที่ร้อยเอ็ด โดยฝึกพยาบาลให้ตรวจวินิจฉัยและรักษาได้เอง ต่อมาขยายงานกว่า 30 จังหวัดและไปช่วยอีกหลายประเทศ ได้รับรางวัลบริการสาธารณะยอดเยี่ยมขององค์การสหประชาชาติ แก้ไขปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีจนเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้เกิดนวัตกรรมพยาบาลอัลตราซาวด์ โดยความเมตตาของอาจารย์จรัส สุวรรณเวลา ขณะเป็นผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เมื่อได้มาเรียนหลักสูตร ปธพ. ของแพทยสภา ช่วยเปิดโลกทัศน์ด้านสังคมการเมืองการปกครอง สามารถประยุกต์หลักธรรมาภิบาลมาใช้ในการทำงานทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบพระคุณทุกเหตุการณ์ ได้เรียนรู้ว่า “ชีวิตนี้น้อยนัก แต่สำคัญนัก” ขอบพระคุณบุพการีครูบาอาจารย์ที่เลี้ยงดูอบรมสั่งสอน วิชาชีพแพทย์ทำให้เห็นความทุกข์ยากของผู้คนและเห็นหนทางช่วยเหลือแก้ไข “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” ขอบพระคุณครอบครัวและกัลยาณมิตรทุกคนที่เป็นกำลังใจ ขอบพระคุณโรงพยาบาลพนมไพรที่ให้โอกาสและประสบการณ์ชีวิต ขอบพระคุณ “แพทยสภา” ที่มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ “เกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน” หากยังมีลมหายใจตั้งใจจะดำเนินชีวิตแพทย์ตามแนวทางพระราชดำรัส “อ่อนน้อม ถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร”
#ข้อมูลโดยแพทยสภา วันที่ 9 ตุลาคม 2567