Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

บทความพิเศษ โดยแพทยสภา เรื่อง " ไซยาไนด์ (Cyanide) ยาพิษมรณะ "

จำนวนผู้เข้าชม : 562 ครั้ง

 


 

ข้อมูลโดย : ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล


กรรมการแพทยสภา และประธานคณะทำงานสร้างความเข้มแข็งประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (สยส.)


  

ไซยาไนด์อาจถูกนำเข้าสู่ร่างกายทางปาก ด้วยการละลายผลึกโพแทสเซียมไซยาไนด์ในน้ำหรือเครื่องดื่มหรือทำให้เป็นผงแล้วผสมลงในอาหาร หรือผสมไซยาไนด์ในรูปของของเหลวลงในน้ำหรือเครื่องดื่มหรืออาหารได้โดยตรง นอกจากนั้นยังอาจถูกนำเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจด้วยไซยาไนด์ที่อยู่ในรูปของแก๊ส

ไซยาไนด์เป็นสารที่ไม่มีสี และไม่มีกลิ่น เฉพาะบางคนเท่านั้นที่อาจรับรู้กลิ่นของไซยาไนด์ได้ ซึ่งจะมีกลิ่นคล้ายกับอัลมอนด์แต่มีความเข้มข้นมากกว่า กลิ่นนี้บางคนบอกว่าคล้ายกับกลิ่นของเมล็ดพืชหรือเมล็ดผลไม้ที่มีความขม เช่น เมล็ดแอปเปิ้ลหรือเมล็ดลูกพีช ส่วนโพแทสเซียมไซยาไนด์มีรสชาติที่ขมและฉุนจัด หากได้รับในปริมาณมากจะมีความรู้สึกแสบหรือเผาไหม้ในปากคล้ายกับการสัมผัสกับสารด่างซึ่งเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง


 


 

ผู้ใหญ่โดยทั่วไปมักเสียชีวิตหากได้รับไซยาไนด์ทางปากในปริมาณ200-300 มิลลิกรัม ซึ่งเทียบได้กับปริมาณของเกลือประมาณครึ่งถึงหนึ่งในสี่ของช้อนชา

เมื่อเข้าสู่ร่างกายทั้งด้วยการกินหรือการสูดหายใจ ไซยาไนด์จะขัดขวางการใช้พลังงานของเซลล์ในร่างกาย ทำให้เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายขาดออกซิเจน โดยเฉพาะที่สมองและหัวใจ ทำให้เกิดอาการชัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจหยุดเต้น

หากได้รับไซยาไนด์ทางปากในขนาดสูงมักเสียชีวิตในเวลาเป็นนาที แต่หากได้รับในปริมาณต่ำอาจใช้เวลานานขึ้นเป็นหลายนาทีหรือเป็นชั่วโมงซึ่งมีโอกาสได้รับยาต้านพิษและช่วยชีวิตได้ทัน

บุคคลอาจได้รับไซยาไนด์ในขนาดต่ำโดยไม่ตั้งใจ เช่นจากอาหารบางชนิดซึ่งมีไซยาไนด์เป็นส่วนประกอบ อาจมีอาการดังต่อไปนี้คือ เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก หัวใจอาจเต้นช้าลงหรือเร็วขึ้น หายใจลำบาก การหายใจอาจช้าลงหรือเร็วขึ้น อาจหายใจมีเสียงหวีด สับสน เวียนศีรษะ กระสับกระส่าย ปวดศีรษะ ปวดตา น้ำตาไหล คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง

เมื่อถึงโรงพยาบาลและแพทย์ได้ข้อมูลว่าอาจได้รับพิษจากไซยาไนด์ แพทย์จะรีบให้ยาต้านพิษไซยาไนด์ได้แก่สารละลาย 3% โซเดียมไนไตร์ท ร่วมกับสารละลาย 25% โซเดียมไทโอซัลเฟต ซึ่งมักจะออกฤทธิ์เต็มที่ภายใน 30 นาที ซึ่งยาเหล่านี้ควรมีพร้อมในโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ทุกแห่งในประเทศไทย ยาต้านพิษทั้งสองชนิดผลิตโดยสถานเสาวภา สภากาชาดไทย


(แพทยสภา วันที่ 18 กรกฎาคม 2567)

Recent Posts