Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) เชิญชวนร่วมปกป้องเยาวชน ล้านเสียงไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า ในงานเสวนาเจาะลึกข้อดีขี้อเสีย 3 แนวทาง ของอนุกรรมาธิการกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้า

จำนวนผู้เข้าชม : 531 ครั้ง

เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2567 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล กรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ(ศจย.)จัดงานเสวนาสื่อเรื่อง “เจาะลึกข้อดีข้อเสีย 3 แนวทางของอนุกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย” เพื่อให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ถึงข้อดีข้อเสียในการที่จะกำหนดมาตรการต่างๆ ในการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้กรรมาธิการฯ ทราบถึงข้อเท็จจริง และพิจารณาอย่างรอบคอบในเรื่องนี้ คำนึงถึงผลกระทบของประชาชน ปกป้องเด็กและ เยาวชนจากภัยบุหรี่ไฟฟ้า ได้รับเกียติเปิดงาน โดย ศ.นพ.ไชยรัตน์ เพิ่มพิกุล ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

พร้อมกันนี้ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมแสดงเจตจำนงค์ลงชื่อ ร่วมเป็น1 เสียงปกป้องเยาวชน ล้านเสียงไม่เอาบุหรี่ไฟฟ้า

รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึง ผลกระทบของบุหรี่ ไฟฟ้าต่อสุขภาพไอบุหรี่ไฟฟ้าที่สูบเข้าไปจะทำให้เยื่อบุระบบการหายใจอักเสบตั้งแต่จมูก คอหอย หลอดลม ลงไปจนถึงถุงลมปอด เซลล์จะอายุสั้น ซึ่งทำให้สมรรถภาพปอดถดถอย เร่งให้เกิดโรคถุงลมโป่ งพอง เสี่ยงต่อ มะเร็งปอดและมะเร็งในทุกอวัยวะ ไอบุหรี่ไฟฟ้ามีน้ำมันและสารเคมีกว่า 7,000 ชนิด ทำให้เสี่ยงเกิดปอด อักเสบเฉียบพลัน EVALI (E-cigarette or Vaping product use associated Acute Lung Injury) ถึงตายได้ อย่างเฉียบพลัน ทั้งนี้บุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิดมีนิโคตินซ่ึงเป็นสารเสพติด มีฤทธิ์ทา ใหห้ ลอดเลือดหดตวั สร้างสาร อักเสบ และมีอนุมูลอิสระท าให้เซลล์ผิดปกติ จึงเป็นอันตรายต่อร่างกายทุกระบบ ไม่ควรน ามาใช้ทดแทนบุหรี่ มวน และไม่แนะน าให้ใช้เป็นเครื่องมือในการเลิกบุหรี่

รศ.นพ.ชัยยศ คงคติธรรม ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า นอกเหนือจากพิษ ภัยเช่นเดียวกับในผู้ใหญ่แล้วบุหรี่ไฟฟ้ายังส่งผลกระทบต่อสมองของเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวล และเป็นปัญหาที่ทุกฝ่ ายจะต้องให้ความสนใจ เนื่องจากวัยรุ่นเป็นช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตที่มีความส าคัญต่อ การพัฒนาของสมองในการก าหนดความเป็นตัวตน การตัดสินใจ การควบคุมแรงกระตุ้น การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาต่างๆอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ เพื่อเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ การได้รับนิโคติน โดยเฉพาะ จากบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมักจะมีนิโคตินในปริมาณที่สูงกว่าบุหรี่มวนหลายเท่าตัว จะกระทบต่อการท างานของสารสื่อ ประสาทในสมองที่ส าคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ของวัยรุ่น นอกจากนั้นนิโคตินยังมีอ านาจในการเสพติดสูง สมองของวัยรุ่นเรียนรู้ได้เร็วจึงมีความเสี่ยงต่อการติดนิโคตินสูงกว่าผู้ใหญ่ และยังกระตุ้นให้เป็นประตูสู่ยา เสพติดอื่นๆ น าไปสู่การเปลี่ยนแปลงการท างานของสมองในระยะยาว ยิ่งกว่านั้นในแต่ละช่วงของพัฒนาการ เด็กยังช่วยตนเองไม่ได้ จึงเสี่ยงต่อการได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้ามือสองและมือสามมากกกว่าผู้ใหญ

“ซึ่งถ้าหากปล่อยให้มีการตลาดล่าเหยื่อมุ่งเป้าเด็กเล็กและซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเสรีจะมีผลต่อการ เพิ่มขึ้นของการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนอย่างมาก ประเทศไทยก าลังเผชิญปัญหาการเกิดลดน้อยลง หากยังได้รับผลกระทบต่อการพัฒนาของสมองจากบุหรี่ไฟฟ้า จะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ส าคัญต่อการพัฒนา สมองและสุขภาพในระยะยาวของอนาคตของชาติจึงมีความส าคัญอย่างยิ่งที่จะต้องปกป้องเด็และเยาวชน เป็นพิเศษจากภัยบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน” รศ.นพ.ชัยยศ กล่าว Press Release ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพือ่ การควบคุมยาสูบ (ศจย.) ข่าวเผยแพร่วนัที่10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 : วนัทขี่ ่าวตพีมิพส์ามารถเผยแพร่ไดท้ นที ั ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจน

ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการ ศจย. ได้วิเคระห์ข้อดีข้อเสียของ 3 แนวทาง ของมาตรการด้านกฎหมายเพื่อควบคุมก ากับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ดังนี้ แนวทางที่1 การกา หนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย (แบนบุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด) ข้อดี 1) กฎหมายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่มีผลใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันทั้ง 3 ฉบับ เป็นกฎหมายที่เหมาะสมกับบริบท ของประเทศไทยและของโลก ที่มีการเพิ่มจ านวนประเทศที่แบนเป็น 40 ประเทศ อย่างรวดเร็ว 2) ตอบสนอง ต่อนโยบายของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าเป็ นสารเสพติด และเป็ นช่องทาง (gateway) น าไปสู่การใช้สารเสพติดอื่นๆ 3) สามารถป้องกันการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อไม่ให้เข้าสู่การเสพติด นิโคติน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งต้องได้รับการปกป้อง ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

จากประสบการณ์ของต่างประเทศที่พบว่าประเทศที่แบนจะมีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนต่ำ ่กว่า ประเทศที่ไม่แบน แนวทางการพัฒนาแก้ไข 1) กลไกการบังคับใช้กฎหมายยังไม่เต็มประสิทธิภาพ ควรมีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากประเทศที่แบน และบังคับใช้กฎหมายอย่งเข้มงวดจนควบคุมการระบาด ของบุหรี่ไฟฟ้าได้ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และบราซิล 2) การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับโทษพิษภัยอันตราย ของบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและขาดความต่อเนื่อง ดังนั้นภาครัฐควรร่วมมือกับภาคเอกชนที่มี ความเชี่ยวชาญเพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้รุ่นใหม่แบบดิจิตอล อย่างมีส่วนร่วมเพื่อให้เข้าถึงทุก กลุ่มเป้าหมาย 3) มาตรการรองรับการบ าบัดรักษาผู้เสพติดนิโคตินจากบุหรี่ไฟฟ้ายังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน ควร พัฒนารูปแบบการให้บริการที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพ เข้าถึงผู้บริการ ทุกรูปแบบ ทุกเวลา ในราคาที่ สมเหตุสมผล 4) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการประเมินต้นทุนผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังมีไม่เพียงพอ ในระยะสั้นควรใช้การทบทวนวรรณกรรมจากการวิจัยของ ต่างประเทศ

แนวทางที่ 2 คงกฎหมายห้ามน าเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ยกเว้น Heat not burn Tobacco Product (HTP)ข้อดี1) HTP เป็น Electronic Nicotine Delivery Device ชนิดที่เป็น solid คือ นำใบยาสูบมาหั่นฝอย โดยจะใช้ความร้อนจากอุปกรณ์มากกว่า 300องศาเซลเซียส แต่ไม่เกิน 600องศาเซลเซียสเหมือนการเผา ไหม้บุหรี่ทั่วไป 2) มีการเผาไหม้เป็นไอ ไม่มีเถ้า ไม่มีควัน (น ้ามันดิน) ไม่มีน ้ายาบุหรี่ไฟฟ้า ใช้ใบยาสูบซึ่งให้ นิโคตินธรรมชาติข้อเสีย 1) ยังคงมีนิโคติน ผลิตภัณฑ์ HTP จะต้องมีค าเตือนว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน ซึ่ง เป็นสารเสพติด และองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ยังไม่อนุญาต ซึ่งผู้ผลิต IQOS ก็ยอมรับ ว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่ได้ลดความเสี่ยงเมื่อเปลี่ยนมาใช้ HTP 2) HIP นิยมทำเป็น hybrid เลือก ชนิดที่เป็น stick หรือ e-juice ได้ในผลิตภัณฑ์เดียวจึงไม่สามารถแยกแยะว่าเป็น E- cig หรือ HTP ดังนั้น แนวทางที่ 2 จึงไม่แตกต่างจาก แนวทางที่ 3

แนวทางที่3 ยกเลิกกฎหมายหา้มนา เข้าบุหรี่ไฟฟ้า ข้อดีที่กล่าวอ้าง1) ทันสมัย เทียบเคียงได้กับ ประเทศที่พัฒนาแล้ว 2)จะได้ควบคุมอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนไทย 3)จัดเก็บรายได้จาก การเก็บภาษีได้เพิ่ม 4) เป็นการให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการเลือกเสพ ข้อเท็จจริง 1) ในประเทศที่เคย แบน แล้วควบคุมได้ดี เปลี่ยนมาเป็นอนุญาตให้ขายได้ เกิดการระบาดเพิ่ม 2-5 เท่า เช่น แคนาดา นิวซีแลนด์ 2) ในประเทศที่อนุญาตให้ขายได้ถูกกฎหมาย โดยห้ามขายในเยาวชน 18-21 ปี ยังระบาดหนักในเยาวชน เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และแคนาดา 3) งานวิจัยจาก 75 ประเทศ พบว่า ประเทศที่แบนจะมี อัตราการระบาดของเยาวชนต ่ากว่าประเทศที่ไม่แบน 4) บุหรี่มวนที่ถูกกฎหมาย ก็ยังควบคุมไม่ได้ มีบุหรี่ เถื่อนหนีภาษีถึงร้อยละ 25 (1.3–2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี) 5) ข้อกล่าวอ้างที่ว่าการยกเลิกแบน จะสามารถ จัดเก็บภาษีให้แก่รัฐ ซึ่งมีงานวิจัยที่ได้รับทุนจากธุรกิจบุหรี่ ประเมินว่าจะมีรายได้จากบุหรี่ไฟฟ้า 5.7-6.4 พันล้านบาทต่อปี และจะเก็บภาษีได้ 567-913 ล้านบาทต่อปี อีกงานวิจัยเสนอให้เก็บภาษีตามอังกฤษจะได้ ร้อยละ 5-20 ของมูลค่า ซึ่งทั้ง 2 งานวิจัยนี้มีข้อท้วงติงเรี่องความถูกต้องทางระเบียบวิธีวิจัย ส่วนทางการ ยาสูบแห่งประเทศไทยประเมินมูลค่าทางตลาดของบุหรี่ไฟฟ้าเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาทต่อปีซึ่งมีข้อท้วงติงว่า อาจจะจัดเก็บภาษีไม่ได้สูงดังประเมิน เนื่องจากผู้สูบหน้าเก่าไม่ได้ซื้อเพิ่ม เป็นแต่เปลี่ยนจากซื้อบุหรี่มวนมา ซื้อบุหรี่ไฟฟ้า โดยหากรัฐต้องการรายได้เพิ่ม ต้องเพิ่มผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าหน้าใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเยาวชน อนาคตของชาติและอาจกระทบกับชาวไร่ยาสูบ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าใช้นิโคตินสังเคราะห์ ไม่ใช่จากใบยาสูบ รวมทั้งต้องเผชิญกับบุหรี่ไฟฟ้าหนีภาษีเหมือนเดิม ทั้งนี้ยิ่งขายมากก็ยิ่งต้องเจ็บป่ วยจากบุหรี่มากขึ้น ดัง งานวิจัยจาก UCSF ที่พบว่าค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลโรคที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่สูงเป็น 1,666 เท่าของ ภาษีที่จัดเก็บได้6) ข้อกล่าวอ้างว่าเป็นการให้สิทธิเสรีภาพของผู้บริโภค ข้อกล่าวอ้างนี้อาจใช้ได้กับสินค้า ทั่วไป ที่ไม่ใช่สินค้าท าลายสุขภาพ 4อย่างรวมบุหรี่ (Commercial Determinants of Health ) ที่สุขภาพเป็น สิทธิขั้นพื้นฐาน ที่รัฐต้องปกป้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ไม่สูบ (ซึ่งเป็นประชาชนส่วนใหญ่) ที่ได้รับผลกระทบ จากบุหรี่มือสองมือสาม และสิ่งส าคัญยิ่งคือ เด็กที่ต้องได้รับการปกป้อง ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นอกจากนีส้ ทิธิเสรภีาพนีย้งัรอนสิทธิ์คา่ รกัษาโรคที่เกิดจากบหุ รจ่ีากภาษีของคนไทยทงั้ประเทศ และรอนสิทธิ์ ท าลายสิ่งแวดล้อมของคนทั้งโลก


สรุปข้อดีข้อเสียของ 3 แนวทาง ของกรรมาธิการฯ ว่า แนวทางที่ 1 การคงกฎหมายห้ามน าเข้า และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จะสามาถลดอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนไทยลงได้ แนวทางที่ 2 และ 3ข้อดีไม่ชัดเจน แต่จะท าให้อัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนระบาดมากขึ้น


 

Recent Posts