Welcome to Thai nursing time
กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 18 มีนาคม 2567 – สถาบันโกลบอลเวลเนส (Global Wellness Institute หรือ GWI) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มุ่งเน้นงานวิจัยและข้อมูลทางการศึกษาด้านสุขภาพเชิงป้องกันและอุตสาหกรรมเวลเนสทั่วโลก ได้ประกาศสานต่อความร่วมมือกับ บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก เป็นปีที่สอง และเผยถึงผลการวิจัยเวลเนสของประเทศไทยและโอกาสในเศรษฐกิจด้านสุขภาพที่มีมูลค่าถึง 5.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามรายงาน Wellness Economy Monitor ล่าสุดของ GWI แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจด้านสุขภาพของประเทศไทยมีมูลค่าถึง 34.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก (จาก 218 ประเทศทั่วโลก) และอันดับที่ 9 ในระดับภูมิภาค (จาก 45 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก) ผู้อ่านสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเทศไทย และ 11 สาขาเศรษฐกิจเวลเนสทั่วโลกได้ที่หน้าภูมิศาสตร์เวลเนสของประเทศไทย
เศรษฐกิจเวลเนสทั่วโลกได้เติบโตขึ้น และมีความก้าวหน้าไปด้วยธุรกิจและบริการด้านสุขภาพแบบนวัตกรรมใหม่ที่มีจำนวนนับไม่ถ้วนและมีเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน" Susie Ellis ประธานและซีอีโอของ GWI กล่าวว่า "ภูมิศาสตร์เวลเนสของ GWI เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ เช่น BDMS ให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย เข้าใจมากขึ้นว่า ประเทศของตนอยู่ในตำแหน่งใดในเศรษฐกิจเวลเนส และโอกาสเติบโตมากมายทางเศรษฐกิจเวลเนสที่สามารถเป็นไปได้"
นอกจากนี้ บริษัทยังภูมิใจที่จะนำเสนอบริการด้านสุขภาพที่ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโรงแรมเพื่อสุขภาพ พื้นที่การค้า ที่พักอาศัย และคลินิก "เราจะใช้ข้อมูลที่ได้รวบรวมมาจากข้อมูลของ GWI รวมถึงใช้เครือข่ายที่กว้างขวางทั่วโลกของ GWI เพื่อเป็นแนวทางในการนำวิสัยทัศน์ของเราไปสู่ความสำเร็จ" นายแพทย์ตนุพล กล่าวต่อ
เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วเอเชีย เศรษฐกิจด้านสุขภาพของประเทศไทยได้หดตัวลงอย่างมากในปี พ.ศ. 2563 อยู่ที่ 31.6% เนื่องจากผลกระทบของการแพร่ระบาดที่มีต่อการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจได้มีการฟื้นตัวดีขึ้นในปี พ.ศ. 2564 และ 2565 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 8.5% ต่อปี นำโดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเติบโตขึ้นเป็น 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี พ.ศ. 2565 โดยมีอัตราการเติบโตที่ 36% ต่อปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ถึง พ.ศ. 2565 ตามมาด้วยธุรกิจสปาและบ่อน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นภาคที่มีอัตราการเติบโตต่อปีที่ 21% และ 18% จาก พ.ศ. 2563 ถึง พ.ศ. 2565 ตามลำดับ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย ประเทศไทยมีศักยภาพที่แข็งแกร่งทางด้านการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ โดยจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของโลก และอันดับที่ 4 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของภาคการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพในปี พ.ศ. 2565 ทาง GWI คาดการณ์ว่าจะมีการเติบโตขึ้นในอัตราร้อยละ 16.6 ต่อปีทั่วโลก ไปจนถึงปี พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ ยังเผยให้เห็นว่านักท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพได้มีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2,501 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการเดินทางในปี พ.ศ. 2565 ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากจาก 1,978 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อการเดินทางในปี พ.ศ. 2563 บ่งชี้ให้เห็นว่าผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทางเพื่อสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งให้ความคุ้มค่าเงินมากขึ้นและต้องมีการลงทุนมากขึ้น
ประเทศไทยได้เจริญเติบโตขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพชั้นนำ โดยเป็นประเทศที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมและความงดงาม ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนา มวยไทย อาหารไทยที่มีประโยชน์ ไปจนถึงกิจกรรมการออกกำลังกายอย่างหลากหลายที่มีให้เลือก นอกจากนี้ ประเทศไทยยังขึ้นชื่อในด้านสถานที่แห่งการบำบัดและบริการด้านสุขภาพทางการแพทย์ ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและผ่อนคลายในราคาที่ไม่แพง เช่น การนวดแผนไทย การตรวจสุขภาพ และการบำบัดเฉพาะทางที่เน้นด้านสุขภาพตั้งแต่ระดับหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงระดับพันธุกรรม ด้วยคุณภาพด้านการบริการที่ดีเยี่ยมในราคาที่จับต้องได้ ประเทศไทยจึงเปรียบเหมือนสวรรค์ของผู้รักสุขภาพและต้องการมีความเป็นอยู่ที่ดีจากทั่วโลก