Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

สปสช.กทม.ออก 6 หลักเกณฑ์แก้ปัญหาส่งตัวผู้ป่วยคลินิกอบอุ่นงบสปสช.ในการดูแลรักษาผู้ป่วยบัตรทองในเขต กทม.

จำนวนผู้เข้าชม : 729 ครั้ง

วันที่15มีนาคม2567นางสาวตรีชฎา ศรีธาดาโฆษกกระทรวงสาธารณสุขฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องการรับบริการที่คลินิกอบอุ่น ส่งตัวผู้ป่วยนอกไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ถูกโรงพยาบาลปฏิเสธนั้น  ตนได้ตรวจสอบกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.) พบว่า สาเหตุเกิดจากช่วงรอยต่อของการปรับรูปแบบบริการและการจ่ายเงินเป็นแบบ “จ่ายล่วงหน้าให้เงินก้อนแบบเหมารายหัว” มีผลเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา จึงเกิดความสับสนระหว่างคลินิกกับโรงพยาบาล


 

สปสช.กทม ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและขอความร่วมมือศูนย์บริการให้รักษาประชาชนช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน หากมีข้อสงสัย ติดต่อที่หมายเลข 1330โดย สปสช.ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่สายด่วน100คนเพื่อความรวดเร็วด้วย นางสาวตรีชฎา ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ผลักภาระค่าใช้จ่ายให้หน่วยบริการแต่อย่างใด เป็นการใช้ระบบเดิม คลีนิกและร้านยาไม่ต้องเก็บเงินกับประชาชน แต่ให้เรียกเก็บไปที่ สปสช. เมื่อส่งข้อมูลครบถ้วน ทาง สปสช.จะจ่ายคืนให้ร้านยาและคลีนิกภายใน 3 วัน วงเงินงบประมาณสำหรับดูแลผู้ป่วยนอกถูกกำหนดมาตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ซึ่งเป็นไปตามระบบมาตั้งแต่ปี2564 โดยปี 2564และ2565 ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณและยังมีงบประมาณคงเหลือจ่ายเพิ่มให้กับคลินิกแต่ปี 2566 มีการส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลมากขึ้น เพียงพอ ปัจจุบัน มีคลินิกและโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งติดต่อเข้ามาเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพกับสปสช.  ซึ่งอยู่ในระหว่างเจรจาเพื่อให้บริการประชาชนในพื้นที่ที่หนาแน่นส่วนที่มีการกล่าวว่า รัฐไม่แนะนำดีลเลอร์ยาราคาถูกให้ร้านยาได้ราคากลางนั้น  เป็นคำกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง สปสช. ดำเนินงานร่วมกับสภาเภสัชกรรม ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นองค์กรวิชาชีพตามกฎหมาย ได้ช่วยเจรจากับบริษัทยา และทำข้อเสนอเพื่อให้ได้ยาในราคาที่ยุติธรรม ไม่เกินราคากลางและระมัดระวังไม่ให้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับดีลเลอร์ยารายใดรายหนึ่ง รวมทั้งตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรมและความสมัครใจของร้านยาและคลินิกด้วย ขณะนี้มีร้านยาเข้าร่วม 2,000 แห่ง คลินิกอบอุ่นในกทม.300 แห่ง คลินิกที่เข้าร่วม 30 บาทรักษาทุกที่ 12 จังหวัด รวม 50 แห่ง

ซึ่งล่าสุด สปสช.ได้แก้ไขปัญหาในเบื้องต้นภายใต้หลักการ “ผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่เกินศักยภาพคลินิก ต้องได้รับการรักษาที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ดูแลโดยคลินิกได้ ต้องได้รับการดูแลที่คลินิก”  พร้อมออก 6 เกณฑ์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยบัตรทองในเขต กทม.ดังนี้

1.ผู้ป่วยมีบัตรนัดโรงพยาบาล แต่ไม่มีใบส่งตัวของคลินิกต้นสังกัด : สปสช.ขอให้โรงพยาบาลให้บริการประชาชน (โรงพยาบาลเบิกค่ารักษาจากกองทุนเจ็บป่วยฉุกเฉิน และกองทุนอื่น )

2.ผู้ป่วยมีบัตรนัดของโรงพยาบาล แต่ได้ใบส่งตัวจากหน่วยบริการอื่น : ให้โรงพยาบาลรับรักษา (โรงพยาบาลเบิกค่ารักษาจากกองทุนเจ็บป่วยฉุกเฉิน และกองทุนอื่นๆ

3.ผู้ป่วยไม่มีบัตรนัด ถ้าเจ็บป่วยฉุกเฉิน : โรงพยาบาลต้องให้บริการโดยเร็ว ไม่ต้องขอใบส่งตัว (ให้โรงพยาบาลเบิกค่ารักษาจากกองทุนเจ็บป่วยฉุกเฉิน)

4.ผู้ป่วยที่ไม่ใช่อุบัติเหตุฉุกเฉิน  และโรงพยาบาลประเมินว่าไม่ควรรอ : ให้โรงพยาบาลบริการไปก่อน (โรงพยาบาลเบิกค่ารักษาจากกองทุนเจ็บป่วยฉุกเฉินและอื่นๆ )

5.ผู้ป่วยมีใบส่งตัวจากคลินิก สามารถส่งต่อหน่วยบริการอื่นได้ (ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลตามระบบ FS จากคลินิกอบอุ่นหรือกองทุนที่เกี่ยวข้อง)

6.กรณีผู้ป่วยเกินศักยภาพของโรงพยาบาลรับส่งต่อแห่งที่ 1:ให้ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลแห่งที่ 2ที่มีศักยภาพได้ โดยไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวที่คลินิกต้นสังกัด(ให้แจ้งที่คลินิกต้นสังกัดและเบิกค่ารักษาจากกองทุน OP Refer หลังจากนั้น) หากโรงพยาบาลแห่งที่ 2 เห็นว่ามีความจำเป็นต้องรักษาต่อเนื่อง:ให้ส่งประวัติการรักษากลับไปยังคลินิกต้นสังกัด พิจารณาส่งตัวมายังคลินิกที่2โดยขอให้ออกหนังสือส่งตัวอย่างน้อย 90 วัน

Recent Posts