Welcome to Thai nursing time
สารเอทิลีนออกไซด์ จัดเป็นวัตถุอันตรายทางการเกษตรชนิดที่ 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นเฉพาะตัว ติดไฟได้ ใช้ในการอบฆ่าเชื้อบนอุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ทนต่อความร้อน ใช้เป็นสารรม เพื่อกำจัดแมลง แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีพิษเฉียบพลันระดับปานกลางในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ และความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ หากร่างกายได้รับสะสมในระยะเวลานาน ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างสูงต่อดวงตา ผิวหนัง และทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง สลายตัวช้า ทำให้มีการตกค้างในสิ่งแวดล้อม
จากผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์อย่าง SGS ระบุว่าในอุตสาหกรรมอาหาร จะใช้แก๊สเอทิลีนออกไซด์ในการฆ่าเชื้อไวรัส รา และแบคทีเรีย ที่ปนเปื้อนมาในอาหาร โดยหลังจากการมแก๊ส ต้องปล่อยให้สลายตัวในอากาศไปอย่างน้อย 24 ชั่วโมง แต่ในบางครั้งสารเอทิลีนออกไซด์ที่สลายตัวไม่หมด มีโอกาสทำปฏิกิริยากับคลอไรด์ที่อยู่ในอาหาร เกิดสารพิษ 2-คลอโรเอทานอล ซึ่งเป็นสารพิษที่ระเหยได้ยาก และตกค้าง ซึ่งหากบริโภคเข้าไปจะเกิดอาการไอ คลื่นใส้ และวิงเวียนศีรษะ หากได้รับอย่างต่อเนื่อง จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับพันธุกรรม ซึ่งจะกลายเป็นมะเร็งในท้ายที่สุด
ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในต่างประเทศมีข่าวการตรวจพบสารเอทิลีนออกไซด์ (ethylene oxide) ความเข้มข้นสูงตกค้างในเมล็ดงา บะหมี่กึงสำเร็จรูป และพบในสินค้าอาหารประเภทอื่นๆ เพิ่มขึ้น ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู ได้แจ้งผลการตรวจสอบความปลอดภัยอาหารภายใต้ระบบเตือนภัยสินค้าอาหาร (RASFF – Rapid Alert System for for Food and Feed) แก่ประเทศสมาชิกว่ามีการตรวจพบการปนเปื้อนของสารเอทิลีนออกไซด์ในไอศกรีม ซึ่งเกิดการตกค้างในฝักวานิลลาที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตไอศกรีมยี่ห้อหนึ่งกว่า 10 รายการ
และเมื่อ 7 ตุลาคม 2565 ทางสำนักงานอาหารแห่งสิงคโปร์ ได้มีการเรียกคืนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองผู้ผลิต เนื่องจากตรวจพบสารเอทิลีนออกไซด์จำนวนสองชนิด ได้แก่ 2-คลอโรเอทานอล และเอทิลีนออกไซด์ จนเรื่องมาถึงกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย ซึ่งหลังจากตรวจสอบพบว่า กลุ่มสินค้าดังกล่าวได้มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยหนึ่งผู้ผลิต และมีจำนวนกว่า 6 รายการ เพื่อลดความเสี่ยงในการบริโภคของคนในประเทศ ทางกองอาหารจึงได้ขอความร่วมมือให้ผู้จำหน่ายนำผลิตภัณฑ์ที่ได้ระบุ ออกจากชั้นวางและระงับการขายในทันที
ในปัจจุบันสหภาพยุโรปห้ามใช้สารดังกล่าว ในการฆ่าเชื้อเมล็ดพืชและเครื่องเทศ แต่ยังคงพบว่ามีการใช้งานในบางประเทศ สำหรับประเทศไทยจะต้องตรวจไม่พบการตกค้างในอาหาร หากตรวจพบ อาหารนั้นจัดเป็นอาหารผิดมาตรฐานตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 นายแพทย์ยงยศ กล่าวว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร เป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการพัฒนาการตรวจวิเคราะห์และให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้านอาหารของประเทศ จึงได้พัฒนาเทคนิคการตรวจวิเคราะห์ และเปิดให้บริการตรวจวิเคราะห์สารเอทิลีนออกไซด์ในอาหาร ด้วยเทคนิค Gas Chromatography Mass Spectrometry (GC-MS) ซึ่งเป็นวิธีตรวจการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช “เอทิลีนออกไซด์”ที่เป็นวิธีมาตรฐานของสหภาพยุโรป EU Reference Laboratory for pesticides requiring Single Residue Methods (EURL-SRM) เพื่อยกระดับการควบคุมคุณภาพและคุ้มครองผู้บริโภคจากสินค้าที่อันตรายต่อสุขภาพ
“ผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาจำหน่ายในประเทศไทย หากต้องการสร้างความมั่นใจ ในความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหาร สามารถส่งตัวอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ธัญชาติ และผลิตภัณฑ์ธัญชาติ เพื่อตรวจวิเคราะห์ ได้ที่ศูนย์รวมบริการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ในวันและเวลาราชการ) ในอัตราค่าบำรุงการตรวจวิเคราะห์ 5,000 บาท ต่อตัวอย่าง ใช้ระยะเวลาตรวจ และรายงานผลภายใน 20 วันทำการ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร http://bqsfdmsc.moph.go.th/bqsfWeb/ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2589 9850 ถึง 7 ต่อ 98150 98152 และ 99968 28 พฤศจิกายน 2566