Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

เวทีสนทนานโยบายสาธารณะ หรือ Policy Dialogue ครั้งที่ 3 หัวข้อ “สิ่งท้าทายและข้อเสนอระบบทดแทนไตของไทยในปัจจุบันและอนาคต” เพื่อฉายภาพสถานการณ์โรคไตในปัจจุบัน

จำนวนผู้เข้าชม : 753 ครั้ง

สช. จับมือภาคีเครือข่าย รวม 5 หน่วยงาน คือ 1.สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ 2.สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย3.สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทย 4.สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย 5.แขกผู้มีเกียรติที่ร่วมฟังรับชมทาง Zoom  เปิดพื้นที่กลางผ่านเวทีสนทนานโยบาสาธารณะ ครั้งที่ 3 เพื่ออัพเดทสถานการณ์ “โรคไตวาย” ในปัจจุบัน ตลอดจนทบทวนนโยบาย-ระบบการรักษา เพื่อแสวงหาข้อเสนอเชิงวิชาการในการดูแล-ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ก่อนสังเคราะห์เป็นนโยบายสาธารณะเสนอ “พรรคการเมือง-รัฐบาลชุดใหม่”

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่าย อันประกอบด้วย สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทย และสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย จัดเวทีสนทนานโยบายสาธารณะ หรือ Policy Dialogue ครั้งที่ 3 หัวข้อ “สิ่งท้าทายและข้อเสนอระบบทดแทนไตของไทยในปัจจุบันและอนาคต” เพื่อฉายภาพสถานการณ์โรคไตในปัจจุบัน ตลอดจนระบบการรักษา และร่วมกันแสวงหาข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งในปัจจุบันและอนาคต ณ “ห้องสมุด 100 ปี เสม พริ้งพวงแก้ว” อาคารสุขภาพแห่งชาติ จ.นนทบุรี

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า โรคไตนับเป็นโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ต้องรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต ในอดีตมีผู้ป่วยโรคไตจำนวนมากที่ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ปัจจุบันการรักษาโรคไตเป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทั้งระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ประกันสังคม และสวัสดิการรักษาพยาบาลของราชการ นั่นทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับวิธีการรักษาผู้ป่วยไตวาย เพื่อบำบัดทดแทนไตเดิมที่เสื่อมสภาพ

ปัจจุบันมี 3 วิธีหลัก ได้แก่ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) การทดแทนไตทางช่องท้อง (PD) และการปลูกถ่ายไต (KT) ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุด แต่ด้วยอัตราการได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะที่จำกัด และปริมาณผู้แทนไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่มีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ตลอดจนการเข้าถึงบริการที่เพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนสถานการณ์และมองถึงอนาคต เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายที่เหมาะสม นพ.ประทีป กล่าวว่า หลักการสำคัญของเรื่องนี้คือ ต้องทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเสมอหน้า ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะในชุมชนเมืองเพียงอย่างเดียว และประเทศไทยต้องมีกลไกระดับชาติ ประกอบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ทั้งรัฐ เอกชน ประชาชน ฯลฯ ทำหน้าที่กำหนดทิศทางนโยบาย รวมทั้งต้องมีการจัดทำระบบฐานข้อมูลกลางโรคไตเพื่อติดตามและปรับปรุงระบบ

ทางด้าน นพ.วุฒิเดช โอภาศเจริญสุข นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโรคเบาหวาน ความดัน โรคอ้วน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคไตเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับทุกวันนี้ ผู้ป่วยเข้าถึงบริการได้มากขึ้นเพราะประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จึงส่งผลไปถึงปัญหาอัตรากำลังที่ไม่เพียงพอทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีแพทย์เฉพาะทางด้านไต 1,100 คน มีการผลิตเพิ่มปีละ 50-55 คน ขณะที่มีพยาบาลโรคไต 2,400 คน ผลิตเพิ่มปีละ 400-600 คน ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอระดับหนึ่ง แต่ปัญหาที่ลึกลงไปคือภาวะหมดไฟจากภาระงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรไหลออกจากระบบ สำหรับแนวทางแก้ปัญหาคือ เราต้องร่วมกันควบคุมไม่ให้โรคเบาหวาน-ความดัน เพิ่มขึ้น และต้องให้ความสำคัญกับการคัดกรองโรคไตในระยะแรก 

ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดำเนินการอยู่ เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาเร็ว-ค่าใช้จ่ายน้อย ตลอดจนขณะนี้สมาคมโรคไตฯ ได้ร่วมกับภาควิชาชีพในการออกแนวปฏิบัติให้แพทย์ที่ไม่เฉพาะทาง สามารถประเมินการรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้เอง และตัดสินใจส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางได้เมื่อมีความจำเป็น “ขณะนี้อยู่ระหว่างผลักดันยารักษาโรคไตตัวใหม่ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง เข้าสู่บัญชียาหลักแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ที่สุดแล้วคณะกรรมการฯ ก็จะนำประเด็นความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาพิจารณาด้วย” นพ.วุฒิเดช กล่าว นอกจากนี้ ภายในเวทีเสวนายังมีข้อเสนอที่น่าสนใจ อาทิ การให้ผู้ป่วยในสิทธิประกันสังคมไม่ต้องรับการอนุมัติจากผู้บริการกองทุนในการปลูกถ่ายไต เหมือนกับอีก 2 สิทธิ เพื่อให้สถานพยาบาลที่ได้รับการส่งต่อผู้ป่วยให้เข้ารับการปลูกถ่ายไตสามารถดำเนินการได้ทันท่วงที ไม่จำเป็นต้องให้สถานพยาบาลเซ็นรับก่อนและให้ผู้ป่วยกลับไปยื่นเพื่อรอการอนุมัติจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) อีกหลายเดือน การให้ทั้ง 3 กองทุนควรทำให้ระบบเบิกจ่ายเรื่องการให้การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) แก่ผู้ป่วยที่ไม่ต้องการ หรือไม่เหมาะสมกับวิธีการบำบัดทดแทนไต มีความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดภาระทางงบประมาณในการรักษาได้อีกจำนวนมาก การเปิดพื้นที่ในการพูดคุย เพื่อต่อยอดไปถึงเชิงนโยบายถึงการให้ทุกคนในประเทศไทยยินยอมบริจาคไตหลังเสียชีวิต อนึ่ง ข้อเสนอทั้งหมดนี้ สช. จะร่วมกับภาคีเครือข่าย ในการรวบรวมและสังเคราะห์ เพื่อผลักดันไปสู่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพรรคการเมือง และรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป

ทางด้านคุณสุชาดา บุญแก้ว นายกสมาคมพยาบาลโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่าตอนนี้เรามีพยาบาลที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะพยาบาลที่ดูเรื่องของการฟอกเลือดมีการขาดแคลนพยาบาลมากขึ้น  ถ้าย้อนหลังกลับไปประมาณปี 2563 -2565  ทุกคนก็ทราบดีว่าเป็นปีสถานการณ์ของโควิด 19 ทำให้สถาบันฯในการที่จะผลิตพยาบาลไตเทียม14 สถาบัน ไม่สามารถผลิตพยาบาลได้ พยาบาลขาดไปจากในระบบ  ซึ่งปกติในผลิตพยาบาลด้านโรคไตแต่ละปีนั้นมีการผลิตได้ประมาณ 400 ถึง 600 คน  แต่ปริมาณยังไม่เพียงพอต่ออัตรากำลังของพยาบาลโรคไตในปัจจุบันที่ต้องรองรับผู้ป่วยโรคไตที่มีจำนวนที่มีจำนวนมากขึ้น   

นายกสมาคมพยาบาลโรคไตยังได้กล่าวอีกว่า  ปัจจุบันยังได้เริ่มมีการผลิตพยาบาลได้เพิ่มมากขึ้นของหลาย ๆ สถาบัน  ด้านการเข้ารับการอบรมเฉพาะทางโดยเฉพาะ ศูนย์นอกโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะเป็นเอกชนเข้ามาอบรม  สามารถรับจำนวนได้น้อย ปัจจัยของปัญหาดังที่กล่าวข้างต้นนั้นจึงเป็นปัจจัยที่ท้าทายในเรื่องของการเพิ่มกำลังพลให้เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยโรคไต  และปัจจัยที่สำคัญก็คือ  มีข้อมูลตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์  พ.ศ.2565 จำนวนคนไข้ฟอกเลือดล้างไตทางช่องท้องยังมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ป่วยโรคไตที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้

การจัดเสวนาครั้งนี้สาเหตุจากที่ปัจจุบันมีผู้ป่วยไตวายเป็นจำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับรักษาต่อเนื่องตลอดชีวิต แต่ปัจจุบันผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันพบว่าการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการปลูกถ่ายไปเป็นการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยไตเรื้อรังทั้งในวัยเด็กและผู้ใหญ่นอกจากนี้การปลูกถ่ายไปยังครอบตอนนี้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและสามารถเข้ารับบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามสิทธิประกันสุขภาพของภาครัฐของตนเอง อย่างเช่นสิทธิข้าราชการสิทธิประกันสังคมหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพ  แต่เนื่องจากอัตราการปลูกถ่ายอวัยวะที่จำกัดและมีปริมาณผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายมีจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้ต้องพิจารณาการบำบัดทดแทนไป 2 วิธีคือ การล้างไตทางช่องท้อง และการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม การสนทนานโยบายสาธารณะในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนสถานการณ์ระบบทดแทนไตของไทยที่ผ่านมา และมองถึงอนาคตและทิศทางในระบบแทนไปของไทยเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจนโยบายที่เหมาะสม การเสวนาในครั้งนี้มีร่วมมือกันองค์กร 5 องค์กร มีการถ่ายทอดสดเฟสบุ๊คไลฟ์ของสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย

Recent Posts