Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

ยาทดลองสำหรับป้องกันโรคไมเกรนของ Lundbeck บรรลุเป้าหมายหลักในการทดสอบทางคลินิก Phase IIb

จำนวนผู้เข้าชม : 141 ครั้ง

โดย Abigail Beaneyhttps://www.clinicaltrialsarena.com/author/abigailbeaney/


 


 

รายงานความคืบหน้าการพัฒนาทางเลือกใหม่ในการป้องกันโรคไมเกรนด้วยนวัตกรรมยาฉีด (IV)

จากการรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัท Lundbeck ได้เปิดเผยความสำเร็จในการทดสอบทางคลินิกระยะที่สอง (Phase IIb) ของยา Bocunebart หรือรหัส Lu AG09222 ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม Anti-PACAP Monoclonal Antibody สำหรับป้องกันโรคไมเกรน โดยการศึกษาในชื่อ PROCEED พบว่าตัวยารูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำ (IV) สามารถบรรลุเป้าหมายหลักในการรักษาได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งสามารถลดจำนวนวันที่เป็นไมเกรนต่อเดือน (Monthly Migraine Days) ได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมตลอดระยะเวลา 12 สัปดาห์ของการทดลอง โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรผู้ป่วยที่เคยผ่านความล้มเหลวจากการรักษาด้วยยาป้องกันชนิดอื่นมาแล้วอย่างน้อย 1 ถึง 4 ชนิดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ทำการรักษาได้ยากในปัจจุบัน

ในด้านความปลอดภัยและการยอมรับยาของผู้ป่วยนั้น พบว่าผู้รับการทดสอบส่วนใหญ่สามารถทนต่อยาได้ดีและไม่พบสัญญาณอันตรายร้ายแรงใหม่ๆ เกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลความปลอดภัยนี้สอดคล้องกับการศึกษาก่อนหน้าในระยะ Phase IIa ที่แสดงให้เห็นว่าตัวยาในขนาดสูงสามารถช่วยลดจำนวนวันที่ปวดศีรษะลงได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลลัพธ์ของรูปแบบฉีดเข้าหลอดเลือดดำจะเป็นที่น่าพอใจ แต่ในกระบวนการพัฒนาที่ผ่านมาทาง Lundbeck ได้มีการตัดสินใจยุติการพัฒนาตัวยานี้ในรูปแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ไปเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากผลวิเคราะห์ระหว่างกาลไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นความท้าทายในลักษณะเดียวกับที่บริษัทเวชภัณฑ์ชั้นนำรายอื่นเคยประสบในการพัฒนายาป้องกันไมเกรนเช่นกัน

ทิศทางต่อไปของนวัตกรรมนี้คือการที่ Lundbeck จะนำผลการทดสอบเข้าหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อออกแบบการศึกษาในระยะที่สาม (Phase III) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนพิจารณาอนุมัติให้ใช้งานจริงในวงกว้าง โดยจะมีการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของยาและการตอบสนองอย่างละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงการนำเสนอข้อมูลฉบับเต็มในการประชุมวิชาการทางการแพทย์ที่กำลังจะมาถึง ความก้าวหน้าครั้งนี้จึงถือเป็นสัญญาณที่สำคัญสำหรับระบบสาธารณสุขในการเพิ่มทางเลือกการรักษาด้วยกลไกใหม่ๆ ให้แก่ผู้ป่วยไมเกรนเรื้อรังที่ยังไม่ตอบสนองต่อการรักษาในปัจจุบัน

Recent Posts