Welcome to Thai nursing time
ด้วยประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ โดยเฉพาะด้าน“สาธารณสุข” อันเป็นยุทธศาสตร์หลักที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชน ความมั่นคงของระบบบริการสุขภาพ และการพัฒนาประเทศในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง การเข้าสู่สังคมสูงวัยข้อจำกัดด้านงบประมาณกำลังคน และความคาดหวังของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น
ดังนั้น เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วยองค์กรด้านการแพทย์ และสาธารณสุขรวม 31 องค์กรจึงได้ร่วมจัดเวทีดีเบทนโยบายสาธารณสุข “ผ่าตัด ระบบสุขภาพไทย” วันที่24 มกราคม พ.ศ. 2549 เวลา 13.00 –15.00 น. ณ ห้องประชุมโรงแรมทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น แบงคอก ถนนแจ้งวัฒนะกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็น พื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายระหว่างภาคการเมืองกับผู้ปฏิบัติงานในระบบบริการสุขภาพ โดยมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเข้าร่วมรับฟังกว่า 300 ท่าน
กำหนดการเสวนาใน 4 ประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้ 1.ประเด็นการรับมือสังคมสูงวัย เมื่ออัตราการเกิดต่ำกว่าการตาย และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจำนวนครั้งในการเข้ารับบริการเพิ่มมากขึ้นและระยะเวลานอนรพ.นานขึ้น ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายทางสาธารณสุขที่เพิ่มมากขึ้นทั้งค่ายา วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และค่าบุคลากรเพื่อดูแลผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด
๒. ประเด็นด้านความยั่งยืนและความเหลื่อมล้ำของกองทุนสุขภาพ ภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณประเทศและความคาดหวังของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่สถานพยาบาลประสบภาวะวิกฤติทางการเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากประสิทธิภาพการบริหารกองทุนและการตามจ่ายจากกองทุนบัตรทองที่ไม่สะท้อนต้นทุนค่าบริการที่เพิ่มสูงขึ้นตามเทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยและการเข้าใช้บริการของประชาชนที่เพิ่มมากขึ้น เสี่ยงต่อภาวะความยั่งยืนของระบบหลักประกันสุขภาพไทยในอนาคต
๓. ประเด็นด้านธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับปี พ.ศ.2545 ที่บังคับใช้มานานกว่า 23 ปี มีประเด็นที่ควรทบทวน พิจารณา เช่นจำนวนและองค์ประกอบของคณะกรรมการบอร์ดกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ การหักเงินเดือนของผู้ปฏิบัติงานของสถานบริการในงบเหมาจ่ายรายหัว การตามจ่ายให้สถานพยาบาลในอัตราที่เป็นธรรม เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้
4.ประเด็นด้านวิกฤตบุคลากรด้านสาธารณสุขในภาครัฐ จากปัญหาความเพียงพอ การกระจายตัวแรงจูงใจในการคงอยู่ของบุคลากร รวมทั้งความไม่ยืดหยุ่นของระบบการบริหารบุคคลในภาครัฐ ส่งผลให้บุคลากรภาครัฐลาออกเป็นจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องสร้างผลกระทบต่อภาระงานที่เพิ่มขึ้นในบุคลากรที่ยังคงอยู่ บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจ และอาจส่งผลต่อการบริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนในที่สุด
ทั้งนี้ เพื่อให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนโยบายเป็นไปอย่างเปิดกว้าง และสามารถเข้าถึงสาธารณชนได้อย่างทั่วถึง การเสวนาดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดตลอดระยะเวลาการจัดเสวนา ผ่านช่องทางYouTube ของสำนักข่าวไทยรัฐทีวี รวมถึงช่องทาง Facebook ของสมาคม และเครือข่าย ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนและผู้สนใจทั่วไป ได้ร่วมรับฟัง และติดตามการนำเสนอนโยบายด้านสาธารณสุข
หมายเหตุ พรรคการเมืองที่ตอบรับการเข้าร่วมเสวนามี 5 พรรคดังนี้ 1. พรรคเพื่อไทย โดย นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี 2. พรรคประชาธิปัตย์ โดย ดร.สาธิต ปิตุเดชะ 3. พรรคไทยภักดี โดย นายแพทย์ วรงค์ เดชกิจวิกรม 4. พรรคภูมิใจไทย โดย นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ 5. พรรคประชาชน โดย นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง
ผู้ให้ข้อมูล แพทย์หญิง ภาวิณี เอี่ยมจันทน์ ประธานชมรมโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ตัวแทนเครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 31 องค์กร
24 มกราคม 2569