Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

จากนาทีชีวิตสู่อนาคตประเทศ! เลขาฯ สพฉ. ชงรัฐยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่ต้องลงทุน มุ่งเป้าลดการเสียชีวิตและความพิการ เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย

จำนวนผู้เข้าชม : 241 ครั้ง

วันที่ 16 มกราคม 2569 ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วม แถลงข้อเสนอการก าหนดนโยบายของรัฐบาลใหม่ในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย ยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของรัฐที่ต้องลงทุน ชูนโยบาย "Digital EMS & Community Safety" มุ่งเป้าลดอัตราการเสียชีวิตและพิการ พร้อมหนุนเศรษฐกิจด้วยระบบความปลอดภัย ระดับมาตรฐานสากล ในเวทีแถลงการณ์ “เสียงจากองค์กรสุขภาพ เพื่อคนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี” ภายใต้การผนึกก าลัง 8 องค์กรสุขภาพ (กระทรวงสาธารณสุข สพฉ. สวรส. สช. สสส. สรพ. สปสช. และ สถาบันวัคซีน) ร่วมกันแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อพรรคการเมืองหรือว่าที่รัฐบาล เพื่อปฏิรูประบบ สุขภาพไทยด้วยการปลดล็อกข้อจ ากัดและแก้ไขปัญหาส าคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจ ไทย ณ ห้องประชุม 112 สัปปายะสภาสถาน (รัฐสภา)

ดร.พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า “ระบบการแพทย์ฉุกเฉินไม่ใช่เพียงการให้บริการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น แต่เป็น โครงสร้างพื้นฐานที่จ าเป็นของรัฐ ในการสร้างความปลอดภัยและการคุ้มครองประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน เพื่อลดการเสียชีวิตและความพิการ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และแน่นอนว่าไม่เพียงลด ความสูญเสียชีวิตเท่านั้น...แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอีกด้วย” เลขาธิการ สพฉ. ย้ำว่า ข้อเสนอสำคัญที่สพฉ. ต้องการให้ “ว่าที่รัฐบาล” ขับเคลื่อนเป็นนโยบายระดับชาติ เพื่อปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทย มี 4 เสาหลักสำคัญที่รัฐบาลต้องลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของ ประชาชน ดังนี้

 1. ลงทุนให้มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีรถพยาบาล อุปกรณ์ และบุคลากร ครอบคลุมทุก ตำบล และมีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูงในการให้บริการผู้ป่วยวิกฤตอย่างเพียงพอและรวดเร็ว 

2.ก้าวสู่ยุค Digital EMS เต็มรูปแบบ รัฐบาลต้องลงทุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิทัล และฐานข้อมูล ทั้งระบบการรับแจ้งเหตุ ระบุพิกัดอัตโนมัติ ระบบปฏิบัติการเรียลไทม์ พร้อมระบบ Emergency Telemedicine เพื่อการปฏิบัติการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยยังคงมาตรฐานสูงสุดในการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลของคนไข้

 3. สร้างความเข้มแข็งของระบบแพทย์ฉุกเฉินในภาวะวิกฤต สร้างระบบการแพทย์ฉุกเฉินใน สถานการณ์ฉุกเฉินและสาธารณภัย ให้พร้อมรับมือภัยพิบัติและสาธารณภัย เช่น ยานพาหนะฉุกเฉินสำหรับ ผู้ป่วย อุปกรณ์สื่่อสาร ยานพาหนะสำหรับการสื่อสารทางวิทยุ อินเทอร์เน็ต และดาวเทียม รวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์การแพทย์ และทีมบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที

 4. สร้างชุมชนที่ปลอดภัย โดยมุ่งเน้นให้ชุมชน สถานที ่สาธารณะ สถานบริการ หน่วยงาน มีความ พร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเบื้องต้น เช่น จัดให้มีเครื่อง AED ในชุมชน สนับสนุนให้บุคลากร ประชาชน มีความรู้พื้นฐานในการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ก่อนถึงมือแพทย์ การแจ้งเหตุที่ถูกต้องผ่านสายด่วน 1669 รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด “อาสาฉุกเฉินชุมชน” ในทุก ครัวเรือน

 "เป้าหมายของเราคือการทำให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทันเวลา ด้วย เทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่กับคุณภาพและความเพียงพอของยานพาหนะ เครื่องมือ และบุคลากร เพื่อให้ ประชาชนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รัฐ จะต้องลงทุนโดยเร็ว หากรัฐบาลใหม่เห็นชอบและผลักดันนโยบายเหล่านี้ เราจะสามารถลดความสูญเสียที่ไม่ ควรเกิดขั้นได้อย่างมหาศาล และทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในด้านการแพทย์ ฉุกเฉิน" เลขาธิการ สพฉ. กล่าวทิ้งท้าย

Recent Posts