Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

ผนึกกำลัง 8 องค์กรสุขภาพ จัดทำข้อเสนอนโยบายถึง ‘ว่าที่รัฐบาล’ หนุน ‘คนไทยอายุยืนอย่างมีสุขภาพดี’

จำนวนผู้เข้าชม : 252 ครั้ง

 


เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา มีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ“ทีมสุขภาพหนึ่งเดียว” ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของ 8 องค์กรสุขภาพระดับชาติ เพื่อแถลงข้อเสนอนโยบาย “เสียงจากองค์กรสุขภาพ เพื่อคนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี” ต่อผู้กำหนดนโยบายและว่าที่รัฐบาลใหม่ โดยมุ่งเน้นเจตจำนงที่ต้องการเห็นการขับเคลื่อนที่เป็นเอกภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสุขภาพสูงสุดของประเทศ 8 องค์กรสุขภาพระดับประเทศ ภายใต้ชื่อ “ทีมสุขภาพหนึ่งเดียว” ประกอบด้วย 1. กระทรวงสาธารณสุข (กสธ.) 2. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) 3. สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) 4. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 5. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 6. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) 7. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) 8. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ(องค์การมหาชน) (สวช.) ได้ร่วมกันจัดทำข้อเสนอนโยบายในการพัฒนาให้ประชาชนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดีเสนอถึงผู้กำหนดนโยบาย พรรคการเมือง และว่าที่รัฐบาล พร้อมทั้งได้ร่วมกันแสดงเจตจำนงว่าจะผนึกกำลังกันอย่าง เป็นเอกภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวการแถลงข้อเสนอเชิงนโยบายดังกล่าว มีขึ้นภายใต้กิจกรรม “เสียงจากองค์กรสุขภาพ เพื่อคนไทยมีอายุยืน ยาวอย่างมีสุขภาพดี” จัดขึ้น ณ อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่16 ม.ค. 2569 โดยมี นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสวรส. เป็นตัวแทนผู้บริหาร 8 องค์กรสุขภาพ ในการแถลงข้อเสนอนโยบาย


 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ในฐานะตัวแทนผู้บริหารแถลงว่า รัฐต้องเปลี่ยนวิธีคิดโดยถือว่าการทำให้สุขภาพประชาชนดีขึ้นไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าผ่านตัวชี้วัดปีสุขภาวะ (HALE) ที่มองสุขภาพแบบองค์รวมและสานพลังทุกองค์กรให้เป็นเนื้อเดียวกัน โดยเฉพาะการลงทุนกับระบบข้อมูลสุขภาพและเครื่องมือทางวิชาการ แม้จะใช้การลงทุนสูงแต่เป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์แนวโน้มเพื่อแก้ปัญหาได้ถูกจุด ท่ามกลางภาวะคุกคามจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วกว่าคาด ซึ่งรัฐต้องเตรียมระบบบริการรองรับการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวไปจนถึงภาวะตายดี นอกจากนี้รัฐต้องรับมือกับวิกฤตโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ด้วยการลดการจ่ายในบริการที่มีคุณค่าต่ำ แล้วเปลี่ยนมาสนับสนุนเทคโนโลยีที่คุ้มค่าและสร้างระบบนิเวศการผลิตยาและวัคซีนได้เองเพื่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการ สวช. ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยด้านวัคซีนในระยะยาว

นโยบายดังกล่าวยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิแบบมีส่วนร่วม โดยมี นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส. และ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. ร่วมผลักดันการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นด่านหน้า พร้อมใช้แนวคิดเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมจูงใจให้ประชาชนมีพฤติกรรมเชิงบวก และหัวใจสำคัญคือการคำนึงถึงคุณภาพในทุกขั้นตอนเพื่อคุ้มครองทั้งแพทย์และผู้ป่วยให้ปลอดภัยโดยมี พญ.ปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการ สรพ. เป็นผู้ดูแลมาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่กับการยกระดับการแพทย์ฉุกเฉินไปจนถึงระดับตำบลโดย ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม โดยรัฐบาลต้องคำนึงถึงผู้ปฏิบัติงานให้มีจำนวนเพียงพอ มีรายได้ที่เป็นธรรม และมีภาระงานที่สมดุล ซึ่ง นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัด กสธ. ได้ร่วมสำทับถึงการดูแลประชาชนตามกลุ่มวัยตั้งแตในครรภ์มารดา เพื่อให้ทารกเติบโตสมวัย ปลอดอบายมุข และสนับสนุนระบบสุขภาพดิจิทัลเพื่อลดความแออัด

ในช่วงท้าย ดร.ทิพิชา โปษยานนท์ รองเลขาธิการ สช. ได้ตอกย้ำถึงภารกิจในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม โดยมองครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ ร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม ซึ่ง สช. พร้อมสนับสนุนเครื่องมือภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ทั้งกระบวนการสมัชชาสุขภาพและธรรมนูญสุขภาพ เพื่อเปลี่ยนข้อเสนอเชิงหลักการให้กลายเป็นรูปธรรมในเชิงปฏิบัติหลังการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น โดยมุ่งหวังให้ระบบสุขภาพประเทศไทยเคลื่อนไปสู่ความเป็นธรรม และทำให้คนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดีได้จริง ภายใต้แนวคิด "ทุกนโยบายห่วงใยสุขภาพ" (Health in all policies) ที่คำนึงถึงปัจจัยกำหนดสุขภาพรอบด้านที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย


 


 

ที่มาข่าว: เรียบเรียงจากเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)ข่าวโดย: ทีมข่าวออนไลน์ Thai Nursing Times อ้างอิงข้อมูล: งานแถลงข่าว “เสียงจากองค์กรสุขภาพ เพื่อคนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี” ณ อาคารรัฐสภา (16 ม.ค. 2569)

Recent Posts