Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

สวรส. จับมือ WHO-สสส. เปิดเวทีประชุมวิชาการ ‘สุขภาพประชากรข้ามชาติ’ ขับเคลื่อนระบบสุขภาพที่ครอบคลุม-เป็นธรรม พร้อมรองรับสถานการณ์วิกฤต

จำนวนผู้เข้าชม : 204 ครั้ง

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย (WHO) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเครือข่ายภาคประชาสังคม จัดการประชุมวิชาการเนื่องในวันประชากรข้ามชาติสากล ประจำปี พ.ศ. 2568 (Migrant Health Conference on International Migrants Day, 2025) ภายใต้แนวคิด “Safe Migration in Country in Crisis: Upholding Rights and Building Resilience ย้ายถิ่นปลอดภัย ฝ่าภัยวิกฤต ภายใต้สิทธิพื้นฐาน” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท เพื่อสร้างความตระหนักถึงความเปราะบางของประชากรข้ามชาติ และส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาแนวทางเชิงนโยบายด้านสุขภาพที่เป็นระบบ ท่ามกลางวิกฤตการณ์โลกที่ส่งผลให้มีผู้ย้ายถิ่นระหว่างประเทศสูงถึง 304 ล้านคน ซึ่งการบริหารจัดการกลุ่มประชากรเหล่านี้ถือเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกที่สำคัญในการปิดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างและธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน


 

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ได้ให้ข้อมูลถึงความสำคัญของเวทีวิชาการนี้ว่า เป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันนำเสนอและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการเพื่อติดตามสถานการณ์สุขภาพของประชากรข้ามชาติอย่างรอบด้าน ตั้งแต่มิตินโยบายจนถึงการปฏิบัติงานในพื้นที่จริง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อเสนอแนะจากการประชุมจะนำไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างบริการและสร้างกลไกความร่วมมือที่ยั่งยืน เพื่อสร้างระบบสุขภาพที่ครอบคลุมและมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับสถานการณ์วิกฤตได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง การดำเนินการดังกล่าวยังถือเป็นการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาเพื่อความมั่นคงส่วนรวม เนื่องจากเชื้อโรคไม่มีพรมแดน การควบคุมและติดตามสุขภาพประชากรข้ามชาติได้อย่างเบ็ดเสร็จจึงเป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาดเข้าสู่ชุมชนคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ


 


 

ด้านนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ในปัจจุบันว่า ประเทศไทยมีประชากรข้ามชาติประมาณ 4.65 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำลังสำคัญในภาคอุตสาหกรรม ก่อสร้าง และเกษตรกรรม แต่ผลจากการสำรวจพบว่าประชากรกลุ่มนี้เกือบครึ่งหนึ่งยังขาดหลักประกันสุขภาพและเผชิญอุปสรรคสำคัญด้านภาษาในการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ สสส. จึงมุ่งสนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงสิทธิสุขภาพผ่านงานวิจัยและพื้นที่ต้นแบบ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและลดอคติเชิงนโยบายที่อาจมองข้ามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การบริหารจัดการสุขภาพที่ดีนับเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยไม่เพิ่มภาระทางสังคม เนื่องจากแรงงานที่มีสุขภาพสมบูรณ์ย่อมเป็นฟันเฟืองที่ช่วยขับเคลื่อนผลผลิตมวลรวมของประเทศ (GDP) ได้อย่างต่อเนื่องและลดความเสี่ยงที่ระบบการผลิตจะหยุดชะงักหากเกิดวิกฤตด้านสาธารณสุข


 

ขณะที่นางสาวนุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย แผนงานสุขภาพประชากรข้ามชาติ (CCS: Migrant Health) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับระบบประกันสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติว่าไม่ใช่เพียงการดูแลตามหลักมนุษยธรรมเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการปกป้องระบบสุขภาพไทยไม่ให้เผชิญกับภาวะล่มสลายจากภาระค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้และการควบคุมโรคที่ขาดความต่อเนื่อง โดยชี้ให้เห็นว่าอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว หรือ อสต. เป็นกลไกที่ช่วยรัฐประหยัดทรัพยากรและเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการสื่อสารข้อมูลสุขภาพในบริบททางภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่าง การดึงแรงงานเหล่านี้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพอย่างถูกต้องจะช่วยให้เกิดการบริหารจัดการงบประมาณอย่างรัดกุม โดยให้กลุ่มผู้ย้ายถิ่นมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของตนเองผ่านการซื้อสิทธิล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยลดหนี้สูญของโรงพยาบาลรัฐและรักษาทรัพยากรทางการแพทย์ไว้เพื่อดูแลประชาชนชาวไทยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามมาตรฐานสากล

ขณะที่นางสาวนุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย แผนงานสุขภาพประชากรข้ามชาติ (CCS: Migrant Health) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการยกระดับระบบประกันสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติว่าไม่ใช่เพียงการดูแลตามหลักมนุษยธรรมเท่านั้น แต่เป็นกลไกสำคัญในการปกป้องระบบสุขภาพไทยไม่ให้เผชิญกับภาวะล่มสลายจากภาระค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไม่ได้และการควบคุมโรคที่ขาดความต่อเนื่อง โดยชี้ให้เห็นว่าอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว หรือ อสต. เป็นกลไกที่ช่วยรัฐประหยัดทรัพยากรและเป็นสะพานเชื่อมสำคัญในการสื่อสารข้อมูลสุขภาพในบริบททางภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่าง การดึงแรงงานเหล่านี้เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพอย่างถูกต้องจะช่วยให้เกิดการบริหารจัดการงบประมาณอย่างรัดกุม โดยให้กลุ่มผู้ย้ายถิ่นมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของตนเองผ่านการซื้อสิทธิล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยลดหนี้สูญของโรงพยาบาลรัฐและรักษาทรัพยากรทางการแพทย์ไว้เพื่อดูแลประชาชนชาวไทยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตามมาตรฐานสากล


 

Recent Posts