Welcome to Thai nursing time
วันที่ 30 กันยายน 2568 กรมการแพทย์จับมือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)ผลักดันมาตรฐานบริการทางการแพทย์ในประเด็นเครื่องมือแพทย์ มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาและกำหนดมาตรฐานแนวทางการจัดการเครื่องมือแพทย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้สถานบริการสุขภาพแต่ละระดับ ได้จัดหาและเลือกใช้เครื่องมือแพทย์ได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสม
นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์ได้ดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นยกระดับการสาธารณสุขไทย สุขภาพแข็งแรงทุกวัย เศรษฐกิจสุขภาพไทยมั่นคง กรมการแพทย์ได้ร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านมาตรฐานบริการทางการแพทย์ ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความคุ้มค่า และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ขั้นสูง โดยสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ ได้จัดทำบัญชีเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น สำหรับประเทศไทย (Essential Medical Devices List) ภายใต้ความร่วมมือขององค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางให้สถานบริการสุขภาพแต่ละระดับได้จัดหา และเลือกใช้เครื่องมือแพทย์ได้อย่างคุ้มค่าและเหมาะกับสมศักยภาพ และเป้าหมายการจัดบริการทางการแพทย์ และเป็นแนวทางให้ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจมีข้อมูลประกอบในการเลือกใช้และจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ได้ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 - 2568 จำนวน 6 สาขา ได้แก่ สาขามะเร็ง สาขาโรคหลอดเลือดสมอง สาขาโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน สาขาทันตกรรม สาขาทารกแรกเกิด และสาขาจักษุวิทยา โดยวางแผนจะดำเนินการให้ครบทุกสาขาที่จำเป็น ต่อไป
อย.ย้ำกฎคุมเข้มเครื่องมือแพทย์ พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมการแพทย์ กำหนดมาตรฐานการจัดการ นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า เครื่องมือแพทย์ที่จะผลิตหรือนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องได้รับการอนุมัติจาก อย. ก่อน โดย อย. ได้จำแนกเครื่องมือแพทย์ตามระดับความเสี่ยงจากสูงไปต่ำออกเป็น 3 ประเภท คือ ระดับใบอนุญาต ระดับแจ้งรายการละเอียด ระดับจดแจ้ง สำหรับการดูแลรักษาเครื่องมือแพทย์นั้น การบำรุงรักษา (Maintenance) ตามรอบ หรือ การสอบเทียบ (Calibrate) จะต้องมีการระบุรายละเอียดไว้ในคู่มือหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ เพื่อให้ผู้ใช้งานยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติ และให้เครื่องมือแพทย์ยังคงมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ อย. จึงมุ่งเน้นการ บูรณาการการทำงานร่วมกัน กับกรมการแพทย์ เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาและ กำหนดมาตรฐานการจัดการเครื่องมือแพทย์ ภายในสถานบริการสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ทั้งกรมการแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กำหนดแนวทางความร่วมมือ ในการจัดทำแนวทางมาตรฐานการจัดการเครื่องมือแพทย์ เช่นการใช้งานอย่างปลอดภัย การบำรุงรักษา (Maintenance) หรือการสอบเทียบ (Calibrate) รวมถึงกำหนดผู้มีหน้าที่ตรวจสอบกระบวนการดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้ เพื่อให้ไทยพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น และให้เครื่องมือแพท์ในสถานพยาบาลมีประสิทธิภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา ขณะเดียวกันเป็นการช่วยกระจายโอกาสในการเข้าถึงเครื่องมือแพทย์ที่ได้มาตรฐานสู่ประชาชน