Welcome to Thai nursing time
Annabel Kartal Allen ได้รายงานสถานการณ์สำคัญในแวดวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ โดยระบุว่าคุณ Robert F. Kennedy, Jr. (RFK Jr.) ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ประกาศแผนการตัดงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ใช้สนับสนุนการพัฒนาวัคซีนชนิด mRNA เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา
การตัดสินใจครั้งนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อหน่วยงาน Biomedical Advanced Research and Development Authority (BARDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการเตรียมความพร้อมด้านสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินของสหรัฐฯ โดยรัฐบาลได้สั่งยุติโครงการพัฒนาวัคซีน mRNA ถึง 22 โครงการ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 18,000 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงโครงการที่ร่วมกับบริษัทยาชั้นนำระดับโลกอย่าง Sanofi และ Pfizer ด้วย
RFK Jr. ให้เหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้ว่า เทคโนโลยี mRNA ไม่สามารถ "ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนได้อย่างมีประสิทธิภาพ" เช่นในกรณีของโรคโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ นอกจากนี้ เขายังกล่าวอ้างว่า "เทคโนโลยี mRNA มีความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์" ต่อสุขภาพของประชาชนเมื่อนำมาใช้กับโรคในกลุ่มนี้ แม้ว่าจะมีข้อมูลและงานวิจัยจำนวนมากที่ออกมาแย้งข้อกล่าวอ้างดังกล่าวก็ตาม
ผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ โครงการที่ได้รับผลกระทบ: แม้ว่าจะมีโครงการที่ใช้เทคโนโลยี mRNA บางส่วน เช่น ข้อตกลงกับบริษัท Amplitude และ Arcturus ที่อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายจะยังได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่อจนเสร็จสมบูรณ์ แต่การวิจัยใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้จะถูกระงับทั้งหมด
บริษัทยา: ในขณะที่โฆษกของบริษัท Moderna แจ้งว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการตัดงบประมาณของ BARDA โดยตรง แต่ประกาศจากกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ระบุว่า การปรับโครงสร้างความร่วมมือกับสำนักงานโครงการร่วมของกระทรวงกลาโหม (DoD-JPEO) จะส่งผลต่อโครงการวัคซีนแบบกรดนิวคลีอิกที่ร่วมกับหลายบริษัท เช่น Access to Advanced Health Institute (AAHI), AstraZeneca, HDT Bio, Moderna และ University of Texas Medical Branch (UTMB)
นโยบายรัฐบาลที่เปลี่ยนไป: การตัดสินใจนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนนโยบายด้านสุขภาพของรัฐบาล โดยงบประมาณที่เคยใช้กับ mRNA จะถูกนำไปสนับสนุนแพลตฟอร์มวัคซีนแบบอื่นที่ RFK Jr. มองว่ามีประวัติด้านความปลอดภัยที่ดีกว่า เช่น วัคซีนแบบเชื้อตาย (whole-virus vaccines) ซึ่งจะเป็นเป้าหมายหลักในลำดับต่อไป
การตัดงบประมาณในวงกว้าง: การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่ BARDA เท่านั้น ก่อนหน้านี้สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ก็ถูกตัดงบประมาณลง 10% เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้งบประมาณของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ยังถูกลดลงจาก 9.2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 เหลือเพียง 4.2 พันล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการก่อตั้งหน่วยงานด้านสุขภาพใหม่ที่มีชื่อว่า Administration for a Healthy America (AHA) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการจัดลำดับความสำคัญด้านสุขภาพที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
อนาคตของวัคซีน mRNA ยังสดใสในตลาดเอกชน แม้ว่าการตัดงบประมาณของรัฐบาลจะเป็นอุปสรรคสำหรับบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพขนาดเล็กที่มุ่งเน้นการพัฒนา mRNA แต่ดูเหมือนว่าบริษัทยายักษ์ใหญ่จะยังคงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากรายงานของ GlobalData ระบุว่า มูลค่าการทำข้อตกลงใบอนุญาตเกี่ยวกับ mRNA ในปี 2024 มีมูลค่าสูงกว่าปี 2019 ถึง 800% โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากความสำเร็จของวัคซีนโควิดอย่าง Spikevax ของ Moderna และ Comirnaty ของ BioNTech/Pfizer ซึ่งสร้างยอดขายมหาศาลถึง 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 4.24 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2022 ตามลำดับ
รายงานยังคาดการณ์เพิ่มเติมว่าตลาดวัคซีน mRNA จะยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมูลค่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 เป็น 1.79 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2030 นอกจากนี้ ราคาหุ้นของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมนี้อย่าง Moderna และ BioNTech ยังคงมีเสถียรภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าเหล่านักลงทุนยังคงมีความหวังและเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในระยะยาว