Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

กระชากหน้ากาก “ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า” รู้เท่าทันกลยุทธ์ ปกป้องเด็กไทยด้วย 5 มาตรการที่ ครม. อนุมัติ

จำนวนผู้เข้าชม : 469 ครั้ง

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรมแกรนด์ริชมอนด์ ได้มีการจัดการประชุมวิชาการบุหรี่และสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ในหัวข้อ "กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า : คนรุ่นใหม่รู้เท่าทันกลยุทธ์" โดยมีภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพและเยาวชนเข้าร่วมมากมาย พร้อมด้วยคุณจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีให้เกียรติเปิดงาน เพื่อเผยความจริงเบื้องหลังบุหรี่ไฟฟ้าและปกป้องเด็กไทยจากภัยร้าย

อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าที่แฝงมากับความเข้าใจผิด


ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ชี้ให้เห็นว่า นิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อทุกระบบของร่างกาย โดยเฉพาะสมองของเด็กและเยาวชนที่กำลังพัฒนา ซึ่งส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ และความจำ นอกจากนี้ ไอระเหยยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง ทั้งบุหรี่มือสองและมือสาม ที่น่ากังวลคือ นิโคตินสังเคราะห์ในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าสามารถปรับระดับได้สูงกว่าบุหรี่มวนถึง 100 เท่า ทำให้ผู้สูบเสี่ยงต่อการเกิด ปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน (EVALI) ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

กลยุทธ์การตลาดและสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง


นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้อำนวยการสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ เปิดเผยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่น่าตกใจว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในไทยพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 78,742 คนในปี 2564 เป็นกว่า 900,459 คนในปี 2567 โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ามีกลยุทธ์มุ่งเป้าไปที่เยาวชนโดยตรง ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีรูปลักษณ์และกลิ่นที่ดึงดูดใจคล้ายของเล่น เช่น Toy Pod หรือกล่องนม รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างความเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยไม่มีสารพิษ

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เสริมว่า พฤติกรรมเสี่ยงของเด็กไม่ได้มาจากตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางสังคม โดยจากการสำรวจพบว่ามีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวนมากที่เคยทดลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า คบเพื่อนที่สูบ และอาศัยอยู่ในชุมชนที่มีผู้สูบให้เห็นเป็นประจำ


มาตรการจากภาครัฐและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน


นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ได้เปิดเผยข่าวดีว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติ 5 มาตรการ เพื่อป้องกันและควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 โดยเน้นย้ำถึงการ ยืนยันนโยบายห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO FCTC)

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง จนสามารถจับกุมได้ในปริมาณที่เท่ากับทั้งปี 2567 ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน พร้อมทั้งจะร่วมมือกับ ปปช. ปปง. และ กสม. เพื่อป้องกันการแทรกแซงนโยบายจากธุรกิจยาสูบ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของ 

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ที่เรียกร้องให้สภาฯ ออกข้อบังคับเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย

พญ.โอลิเวีย ไนเวรัส ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอาวุโส องค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยได้กล่าวสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทย โดยชี้ว่าคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้คือ “Unmasking the Appeal” หรือ "กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า" ซึ่งสอดคล้องกับมาตรา 5.3 ของอนุสัญญาฯ ที่ให้ประเทศภาคีปกป้องนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพจากการแทรกแซงของธุรกิจยาสูบ

งานประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ในการร่วมกันสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างมีคุณภาพและสุขภาพดีในอนาคต

Recent Posts