Welcome to Thai nursing time
เมื่อวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2568 จากสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้โรงพยาบาลในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ศรีสะเกษ และ อุบลราชธานี ต้องเตรียมความพร้อมสูงสุดในการรับมือกับสถานการฉุกเฉินกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
แผนอพยพผู้ป่วย: โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดน ได้จัดทำแผนรองรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลแม่ข่าย หรือโรงพยาบาลที่ปลอดภัยกว่าในจังหวัดเดียวกัน หรือจังหวัดใกล้เคียง โดยให้ความสำคัญกับผู้ป่วยวิกฤต ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษเป็นอันดับแรก
การเคลื่อนย้ายและป้องกันบุคลากร: นอกจากผู้ป่วยแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งรวมถึงแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ก็เป็นเป้าหมายของการเตรียมแผนอพยพเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง และเพื่อให้มั่นใจว่ายังมีกำลังคนเพียงพอสำหรับการดูแลผู้ป่วยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ
การสำรองเวชภัณฑ์และอุปกรณ์: มีการเตรียมพร้อมสำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และเลือด เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บที่อาจจะเข้ามาจำนวนมาก
การประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคง: กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ ได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการเคลื่อนย้ายหรืออพยพได้อย่างทันท่วงทีและปลอดภัย
จากเหตุการณ์โรงพยาบาลนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี ถูกสั่งปิดบริการบางส่วน หรือทั้งหมดชั่วคราว และมีการเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หากสถานการณ์เลวร้ายลง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปะทะ โรงพยาบาลในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เช่น โรงพยาบาลกันทรลักษ์ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) บางแห่ง ก็มีการเฝ้าระวังและเตรียมแผนรองรับเช่นกัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้ชายแดน
การเตรียมแผนเหล่านี้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยและแผนรับมือสาธารณภัยของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะยังคงได้รับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง แม้ในสถานการณ์วิกฤติ