Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

สวรส. กับวิจัยยกระดับการแพทย์ไทยด้วย AI ปัญญาประดิษฐ์

จำนวนผู้เข้าชม : 499 ครั้ง

งานเสวนาหัวข้อ เทคโนโลยีการแพทย์อัจฉริยะ: AI และ Genomics สู่สุขภาพแม่นยำ (Intelligent Medical Technology: AI Genomics for Precision Health)” ภายในการประชุมวิชาการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ปี 2568 ภายใต้แนวคิด นวัตกรรมเพื่อระบบสุขภาพไทยที่เข้มแข็งฉายภาพความก้าวหน้าของ AI และเทคโนโลยีการแพทย์ที่เข้ามาพลิกโฉมการแพทย์ ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรมได้เป็นอย่างดี โดยมีผู้ร่วมเสวนา ศ.คลินิก นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุขจักษุแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี คุณชัยวัฒน์ พู่พิสุทธิ์ COO Co-founder Perceptra ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล คุณจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภก.ปิยะ ฉิ่นมณีวงศ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และดำเนินการเสวนาโดย ดร.พีรเดช ณ น่าน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


ตัวอย่างแรกคือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการคัดกรองเบาหวานเข้าจอตา โดย .คลินิก นพ.ไพศาล ร่วมวิบูลย์สุข จักษุแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถี นักวิจัยที่มีส่วนร่วมในการพัฒนา AI ดังกล่าว อธิบายในเวทีเสวนาว่า ภาวะเบาหวานเข้าจอตาเป็นสาเหตุของการตาบอดอันดับแรกของโลก และการคัดกรองเบาหวานเข้าจอตาในผู้ป่วยเบาหวานยังทำได้ไม่ครอบคลุม เนื่องจากจำนวนจักษุแพทย์ในประเทศไทยมีอยู่จำกัด ปัจจุบันได้มีการพัฒนา AI เพื่อใช้ในการคัดกรองเบาหวานเข้าจอตา ซึ่งทำหน้าที่ได้เหมือนบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการอบรม และพบว่า AI มีประสิทธิภาพในการคัดกรองสูง รวมถึงมีความคุ้มค่ามากกว่าการใช้คนเพียงอย่างเดียว 


​ศ.คลินิก นพ.ไพศาล ได้เล่าถึงจุดเด่นของงานวิจัยที่ สวรส. ให้การสนับสนุนทุนว่า นอกจากจะคัดกรองเบาหวานเข้าจอตาได้แล้ว ยังสามารถให้ข้อมูลได้ว่า ผู้ป่วยจำเป็นต้องส่งไปรักษาต่อหรือไม่ รวมถึงมีระบบติดตามผู้ป่วยต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมามีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ไปพบจักษุแพทย์ นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่า การใช้ AI คัดกรองและส่งต่อการรักษา สามารถเพิ่มอัตราการไปพบจักษุแพทย์ได้มากกว่าการใช้บุคลากรคัดกรองผู้ป่วย อีกทั้งยังมีผลการคัดกรองที่ผิดพลาดน้อยกว่าการใช้บุคลากรที่ไม่ใช่จักษุแพทย์คัดกรองฯ ซึ่งถ้าหากมีการใช้ AI ในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงการเกิดภาวะเบาหวานเข้าจอตา จะช่วยในการลดค่าใช้จ่ายการรักษาได้จำนวนมากโดยมีการคำนวณว่าคนตาบอด 1 คน รัฐจะต้องใช้งบประมาณในการดูแลอยู่ที่ 1 แสนบาทต่อคนต่อปี ซึ่งถ้าคัดกรองได้ 1 แสนคน จะสามารถตรวจพบผู้ป่วยที่มีภาวะเบาหวานเข้าจอตาได้ 6,000 คน และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยไปพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาประมาณ 2,700 คน โดยเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถดูแลรักษาเพื่อป้องกันการตาบอดได้ 90% นั่นหมายความว่ารัฐจะประหยัดงบประมาณได้กว่า 300 ล้านบาทต่อปี

​อีกตัวอย่างที่มีการสะท้อนในเวทีเสวนาเป็นการใช้ AIในการวิจัยทางจีโนมิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษามะเร็งซึ่ง ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราชอธิบายในรายละเอียดว่า ปัจจุบันข้อมูลรหัสพันธุกรรมของมนุษย์มีความคงที่แน่นอนแล้วว่ามีลักษณะอย่างไร แต่การนำมาแปลผลตรวจเพื่อทำนายโรคยังทำได้ไม่มากนัก เนื่องจากจำนวนบุคลากรที่ทำได้มีจำกัด ทั้งนี้การพัฒนา AI จะเข้ามาช่วยแปลผลตรวจได้มากขึ้น เช่น AI ช่วยแปลผลรหัสพันธุกรรม แต่มีความแม่นยำที่ 90% ซึ่งยังไม่ดีพอ เพราะถ้าตรวจรหัสพันธุกรรม 100 คน แล้วมีการแปลผลและทำนายโรคผิดไป 10 คน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ดังนั้นความแม่นยำจะต้องเป็น 99.9% เป็นอย่างต่ำ ซึ่งศิริราชกำลังพัฒนา AI สำหรับแปลผลเฉพาะยีนมะเร็งอย่างเดียวโดยเน้นให้ได้ความแม่นยำสูงสุด นอกจากนี้ ยังมีการร่วมพัฒนาการเพิ่มข้อมูลจีโนมิกส์เข้าไปเป็นหนึ่งในข้อมูลในแชตบอต สำหรับช่วยแพทย์ในการให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาโรคทางพันธุกรรม รวมถึงเตรียมที่จะทดลองการนำข้อมูลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง ซึ่งเป็นข้อมูลภายใต้โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย ที่ สวรส. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อน เข้าไปใช้แปลผลทางพยาธิวิทยาจากชิ้นเนื้อของโรงพยาบาล ซึ่ง AI จะช่วยให้ข้อมูลกับแพทย์ได้ว่าชิ้นเนื้อที่ตรวจควรจะต้องตรวจการกลายพันธุ์ของยีนหรือไม่


คุณชัยวัฒน์ ภูพิสุทธิ์ COO Co-founder Perceptra ได้ยกตัวอย่างนวัตกรรมที่ได้พัฒนา อาทิ Inspectra CXR สำหรับถ่ายภาพรังสีทรวงอก เพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในปอด Inspectra MMG เพื่อวิเคราะห์ภาพแมมโมแกรมสำหรับการคัดกรองมะเร็งเต้านม ส่วน Inspectra DR เพื่อวิเคราะห์ภาวะเบาหวานเข้าจอตาที่ .คลินิก นพ.ไพศาล ได้กล่าวไป อยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นต้น ซึ่งในส่วนของ Inspectra CXR และ Inspectra MMG ได้รับการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์จาก อยเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการนำ AI มาใช้ในการพัฒนาเครื่องมือแพทย์คือ 1) ความถูกต้อง 2) ขั้นตอนการใช้งานที่สะดวก ใช้ง่าย และไม่เป็นภาระแก่ผู้ใช้งาน 3) ราคาต้นทุนที่เหมาะสม 4) ธรรมาภิบาลข้อมูลที่เหมาะสม 5) ภาระด้าน IT รวมถึงมุมมองจาก อย. หน่วยงานสำคัญในการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแทย์ในประเทศไทย


จากข้อมูลข้างต้นทำให้เห็นประโยชน์จากการใช้ AI ทางการแพทย์ที่ทำให้การดูแลรักษาโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ปัจจุบันยังคงมีความท้าทายอยู่ไม่น้อย เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ต้องคำนึงถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องจริยธรรม และธรรมาภิบาลการใช้ AI ซึ่ง ..จิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ยืนยันในช่วงหนึ่งของการเสวนาว่า เรื่องจริยธรรมและธรรมาภิบาลในการใช้ AI เป็นความสำคัญลำดับแรกที่ต้องตระหนักและวางรากฐานให้ดี โดยเฉพาะทางการแพทย์ที่ AI เข้ามามีส่วนกับการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ทั้งนี้ในแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย มีการกำหนดกรอบและทิศทางเรื่อง AI โดยเชื่อมโยงกับแผนจริยธรรมที่จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ซึ่งด้านที่เกี่ยวกับการแพทย์มีความเกี่ยวข้องกับทุกกรอบทั้ง 1ความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืน 2) ความสอดคล้องกับกฎหมายจริยธรรมและมาตรฐานสากล 3ความโปร่งใสและภาระความรับผิดชอบ 4ความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว 5ความเท่าเทียม หลากหลาย ครอบคลุม และเป็นธรรม 6ความน่าเชื่อถือ 


ด้านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภก.ปิยะ ฉิ่นมณีวงศ์ ผู้อำนวยการกองควบคุมเครื่องมือแพทย์ ได้ให้ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ที่มี AI เป็นองค์ประกอบในไทยและต่างประเทศ กฎของ FDA (สหรัฐฯ) CE (ยุโรป) และ อย. (ไทย) ที่เกี่ยวกับ AI-based medical devices การประเมินความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของ AI ก่อนเข้าสู่ตลาด และแนวปฏิบัติในการพัฒนา AI ที่อัเดได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง อย. ได้มีความพยายามในการพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องและ framework ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อช่วยสนับสนุนให้การนำ AI ไปใช้ทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย


Recent Posts