Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

กรมสุขภาพจิต เฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 พร้อมแนะนำประชาชนดูแลใจคู่กายให้คลายวิตก ชี้การพูดคุย กับเพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต สามารถช่วยลดความเครียดได้

จำนวนผู้เข้าชม : 514 ครั้ง

วันนี้17มกราคม 2568 กรมสุขภาพจิตชี้ ฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งกายและจิตใจ โดยเฉพาะความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพตนเองและครอบครัว อาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวลเรื้อรัง คุณภาพการนอนหลับ และปัญหาพฤติกรรมในเด็ก เช่น ความหงุดหงิดและสมาธิสั้น หมั่นติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในวันที่ค่าฝุ่นสูง การใช้หน้ากากป้องกันฝุ่น การฝึกผ่อนคลาย และการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและลดผลกระทบทางสุขภาพจิตในระยะยาวนายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือที่เรียกกันว่า ฝุ่น PM 2.5 ได้กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่สำคัญในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่  ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งเล็กมากจนสามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจลึกไปถึงปอด และกระแสเลือด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย แต่ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทางสุขภาพกาย ในส่วนผลกระทบทางสุขภาพจิต ปัญหาจากค่าฝุ่น PM 2.5 สูง ทำให้ประชาชนความเครียดและความวิตกกังวล ในการการเผชิญกับมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง สามารถเพิ่มระดับความเครียดและความวิตกกังวลในประชาชนได้ ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของตนเองและครอบครัว รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของสิ่งแวดล้อม อาจทำให้เกิดภาวะวิตกกังวลเรื้อรังได้อีกด้วยนายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า การต้องเผชิญกับมลพิษที่สูงในชีวิตประจำวัน ทำให้ประชาชนต้องปรับตัวในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การงดการออกกำลังกาย การไปสังสรรค์ หรือการไปในที่สาธารณะ นำไปสู่ความเครียดและหงุดหงิดที่ไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามกรมสุขภาพจิตขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ในเรื่องของสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่เสี่ยงอันตราย และให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเลือกทำกิจกรรมภายในที่พักอาศัยหรือใช้วิธีการผ่อนคลายรูปแบบอื่น เช่น การดูหนัง ฟังเพลงเพื่อพักผ่อนหย่อนใจทดแทนไปก่อน หรือการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวในที่พักอาศัย พร้อมทั้งเตรียมวิธีการป้องกันและลดผลกระทบจากการเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 เช่น 1. การติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศ และหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านในวันที่ค่าฝุ่นสูง หากต้องเดินทางให้เตรียมความพร้อม เช่น การใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นเมื่อจำเป็นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย 2. การฝึกผ่อนคลาย การพูดคุยกับเพื่อน หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต สามารถช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้อีกรูปแบบหนึ่ง

จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังมีผลต่อสุขภาพจิตของประชาชนในระยะยาว กรมสุขภาพจิตขอให้ประชาชนทุกคนร่วมมือกันตระหนักถึงผลกระทบ และการดำเนินมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสมในการเผชิญกับฝุ่น PM 2.5 ซึ่งหากมีความกังวล เครียด สามารถโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพจิตและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไปได้อีกด้วย

Recent Posts