Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ และมูลนิธิเพชรเกษม กทม.

จำนวนผู้เข้าชม : 505 ครั้ง

วันที่ 6 ธันวาคม 2567 เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณี มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ และมูลนิธิเพชรเกษม กทม. เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลซึ่งไม่มีอำนาจหน้าที่ และไม่ได้รับคำสั่งจากหน่วยปฏิบัติการอำนวยการในการเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินจนเกิดเป็นประเด็นร้องเรียน ใน 2 กรณี คือกรณีที่ 1.เหตุการณ์ร้องเรียนจากผู้ป่วยฉุกเฉินว่า มูลนิธิเพชรเกษมเข้ามาประเมินอาการ และนำส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่ไกลจากที่ญาติผู้ป่วยฉุกเฉินแจ้งความประสงค์ที่จะใช้รักษาโรงพยบาลที่ใกล้ที่สุด  โดยผู้ป่วยมีอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน  ทำให้เสียเวลาในการรักษา  และกรณีที่ 2 คือเรื่องที่มีการทะเลาะวิวาทระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่  พบว่าอาสาของ มูลนิธิเพชรเกษมเชียงใหม่ ใช้รถลักษณะคล้ายรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน  มีการเปิดไฟวับวาบแสงน้ำเงินและแดงเข้าไปรับร่างผู้เสียชีวิต  ซึ่งไฟสัญญาณดังกล่าวจะต้องเป็นรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินที่ได้รับการรับรองจาก สพฉ.เท่านั้น

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามูลนิธิเพชรเกษม ที่ปฏิบัติงานใน 2 พื้นที่ ไม่ได้รับการอนุมัติและขึ้นทะเบียนการปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง  ดังนั้นการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจึงยังไม่ถือว่าเป็นการปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย  โดยขอชี้แจงว่าหน่วยนอกระบบ หากเป็นการทำหน้าที่จิตอาสาช่วยเหลือ หรือทำหน้าที่แจ้งเหตุนั้นสามารถทำได้  แต่หากมีการปฏิบัติการด้านการแพทย์ฉุกเฉินตรงนี้ไม่สามารถทำได้  และจากการตรวจสอบมีพฤติการณ์เกี่ยวเนื่องที่มีหลักฐานพอที่จะชี้มูลการกระทำในหลายความผิด  ซึ่งกำลังตรวจสอบรายละเอียด  อาทิ  มีบุคลากร  มีอุปกรณ์  มีระบบสารสนเทศ  ที่ได้มาตรฐานหรือไม่  ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติและขึ้นทะเบียนที่ไหน ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นั้นไม่สามารถปฏิบัติงานข้ามเขตได้   ซึ่งในพื้นที่ เชียงใหม่ และ กทม. ไม่พบการได้รับอนุมัติและขึ้นทะเบียนของหน่วยดังกล่าว  การฏิบัติการที่เกิดจึงไม่ถือเป็นว่าไปตามมาตรฐาน และสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน  ในส่วนที่ 2 คือหน่วยที่คอยดูแลผู้ปฏิบัติการ หากมีการปล่อยปละละเลยให้ออกมาทำหน้าที่ก็ต้องมีความผิดด้วย  กระบวนการจากนี้ เมื่อสอบสวนเสร็จ จะนำเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการสอบสวนและพิจารณาโทษปรับทางปกครอง ช่วงปลายเดือน มกราคม 2568 จากนั้นนำเข้า กพฉ. ประชุมพิจารณาโทษในการดำเนินการต่อมูลนิธิหรือองค์กรที่ทำไม่ถูกกฎหมาย ในเดือน กุมภาพันธ์ 2568 ดังนั้น สิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเห็นภาพการลงโทษทางปกครองได้ชัดเจนขึ้น

เลขาธิการ สพฉ. มองว่าการลงโทษไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว การใช้ช่องทางทางรัฐศาสตร์ในการหารือก็เป็นอีกแนวทางที่ สพฉ. กำลังเจรจากับผู้บริหารเพชรเกษม เราอยากให้ทุกฝ่ายไปด้วยกันได้ แต่ต้องเข้ามาอย่างถูกที่ถูกเวลา ปัจจุบันประเทศไทยมี 7 พันกว่าตำบล มีเพียง 3500 ตำบลที่มีหน่วยรับผิดชอบ ที่ว่างอีกครึ่งหนึ่งยังรอการเติมเต็ม บนพื้นฐานของความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

Recent Posts