Welcome to Thai nursing time

คุณจิราภรณ์ พราหมณ์คล้ำ 062 619 7893 , คุณอมรรัตน์ ทัดดอกไม้ : 084 635 5414 6:00 AM - 10:00 PM (Mon-Fri)

องค์กรพระพุทธศาสนาจับมือองค์กรเครือข่ายด้านสาธารณสุข ปวารณาสานพลังการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ

จำนวนผู้เข้าชม : 115 ครั้ง

นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ฝ่ายคฤหัสถ์ กล่าวที่มาการขับเคลื่อนสุขภาวะพระสงฆ์ว่า โดยช่วงปี 2555 เป็นปีที่สมัชชาสุขภาพแห่งชาติได้มีฉันทมติในการพัฒนาประเด็นนโยบายสาธารณะเรื่องพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ ซึ่งขณะนั้นพระสงฆ์มีความเสี่ยงอาพาธจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจากของขบฉันและภัตตาหาร รวมถึงปัญหาการเข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล และฐานข้อมูลพระสงฆ์ที่ยังไม่มีการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ มติดังกล่าวทำให้เกิดการสร้างความร่วมมือระหว่างวัดและชุมชนในระดับพื้นที่มากมายต่อมาในปี 2560 ได้มีการพัฒนาธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติขึ้นมา โดยมีกรอบแนวทางการดำเนินงาน 3 ด้าน คือ 1.พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย 2.ชุมชนและสังคมกับการดูแลอุปัฏฐากพระสงฆ์ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และ 3.บทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม จากนั้นมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติขึ้น โดยมีผู้แทนคณะสงฆ์ ผู้แทนหน่วยงานและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ โดยมีเป้าหมายให้พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข ผ่านโครงการ/กิจกรรมของแต่ละหน่วยงาน และในปี 2567 นี้ การขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติยังคงมุ่งเน้นการใช้ทางธรรมนำทางโลก และต้องกราบนมัสการขอบพระคุณ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ที่มีเมตตาและดำริในการจัดงานปวารณาในครั้งนี้ เพื่อแสดงถึงกุศลเจตนาของชาวพุทธ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ในการถวายการอุปัฏฐากและดูแลสุขภาพพระสงฆ์อย่างถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย รวมถึงการได้รับเมตตาจากพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะให้กับชุมชนและสังคมต่อไป

นายแพทย์ชลน่านกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีส่วนร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานการดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์แบบบูรณาการ ตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงระดับปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาได้เกิดผลเชิงรูปธรรมแล้ว อาทิ มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณร ได้รับการตรวจสอบสิทธิเพื่อเข้ารับบริการสาธารณสุขแล้ว จำนวน 164,004 รูป มีพระภิกษุและสามเณรได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพ จำนวน 81,542 รูป มีการเชื่อมโยงวัดกับหน่วยบริการจำนวน 9,622 แห่ง มีพระคิลานุปัฏฐากที่ผ่านการอบรม จำนวน 13,200 รูป มีวัดส่งเสริมสุขภาพที่ผ่านเกณฑ์การประเมินแล้ว จำนวน 18,174 แห่ง และมีวัดร่วมพัฒนาชุมชนคุณธรรม จำนวน 4,911 แห่ง ตลอดจนมีการผลิตสื่อทำความเข้าใจต่าง ๆ เช่น คู่มือแนวทางการอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก สื่อสงฆ์ไทยไกลโรค ฯลฯ
ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนสำคัญในปี 2567 จะมีการผลักดันงานฐานข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์เพื่อยกระดับด้านการเข้าถึงสิทธิการดูแลสุขภาพและเข้ารับบริการด้านสาธารณสุขของพระสงฆ์ และการขับเคลื่อนงานกุฏิชีวาภิบาลและสถานชีวาภิบาลในการถวายการดูแลพระสงฆ์อาพาธ และการดูแลระยะท้าย และจัดทำมาตรฐานการจัดบริการของสถานชีวาภิบาลสำหรับองค์กรพระพุทธศาสนา รวมถึงการขึ้นทะเบียนวัดที่จัดบริการดูแลพระสงฆ์อาพาธ/ผู้ป่วย เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อที่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้

ด้าน นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด กล่าวว่า ในปี 2567 นี้นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา จึงทำให้เกิดความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายสุขภาพเพื่อสานพลังในการขับเคลื่อนงานผ่านโครงการต่างๆ ที่มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาคี ภายใต้ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เช่น โครงการส่งเสริมพระคิลานุปัฏฐาก เพื่อพัฒนาอาสาสมัครผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลพระสงฆ์อาพาธ การขับเคลื่อนการจัดทำสมาร์ทการ์ดของพระภิกษุและสามเณร โดยการจัดให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลพระภิกษุและสามเณร เพื่อให้พระภิกษุและสามเณรได้รับการบริการสาธารณสุขและสิทธิประโยชน์ตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โครงการสังฆาภิบาลเพื่อพระสงฆ์อาพาธ ส่งเสริมวัดให้มีอาคาร สถานที่ในการสังฆาภิบาลดูแลพระสงฆ์อาพาธ โครงการส่งเสริมพระคิลานธรรม พระสงฆ์จิตอาสาที่ทำงานด้านการเยียวยาความสูญเสีย และดูแลจิตใจผู้ป่วยและญาติ ทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน และโครงการพระบริบาลภิกษุไข้ เพื่อพัฒนาพระภิกษุสงฆ์เพื่อให้มีองค์ความรู้และทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และทักษะในการบริบาลพระภิกษุไข้ เป็นต้น"การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการร่วมกันทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 หน่วยงานภาคีเครือข่ายจึงขอปวารณาสานพลังการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ และจะขับเคลื่อนงานอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติสืบไป

นายแพทย์สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 5 พ.ศ.2555 ในประเด็นพระสงฆ์กับการพัฒนาสุขภาวะ โดยเป็นหนึ่งในเครื่องมือตามพรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 ที่มุ่งให้พระสงฆ์มีสุขภาพที่ดี รวมถึงการส่งเสริมให้พระสงฆ์ซึ่งเป็นผู้นำของชุมชนและสังคมไทยได้เมตตาปฏิบัติศาสนกิจและบทบาทการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะให้กับสังคมไทย การร่วมปวารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงการสานพลังอย่างแท้จริงในการร่วมมือที่ไม่ใช่เพียงภาครัฐอย่างเดียว แต่ทุกภาคส่วนก็มีส่วนสำคัญในการสร้างระบบสุขภาพได้อย่างสมดุล โดยมีคณะสงฆ์ และวัดเป็นศูนย์กลาง

ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า สปสช. สนับสนุนการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พระสงฆ์มีสุขภาพที่ดีและก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสุขภาวะให้กับชุมชนในพื้นที่ ซึ่งล่าสุด สปสช. ได้มีการกําหนดหลักเกณฑ์ให้หน่วยงานหรือองค์กรที่ให้บริการดูแลผู้ป่วยติดเตียง บริการดูแลแบบประคับประคองและระยะท้ายเป็นสถานบริการสาธารณสุข ตามมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ซึ่งจะทำให้วัด สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการด้านชีวา      ภิบาล เพื่อให้การดูแลภิกษุหรือญาติโยมที่ป่วยระยะสุดท้ายได้ อันจะเป็นการส่งเสริมบทบาทของพระสงฆ์การเป็นผู้นำด้านสุขภาวะในชุมชนตั้งแต่เกิดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างแท้จริง2024-01-04

ข้อมูลเพิ่มเติม ฝ่ายสื่อสารสังคม สช โทร. 0863735413

Recent Posts