Welcome to Thai nursing time
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสายพันธุ์โรคโควิด 19 ในช่วงปีที่ผ่านมา คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธ์หลัก แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็วหรือโรครุนแรงมากขึ้น สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย พบแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และไม่พบเหตุการณ์การระบาดเป็นกลุ่มก้อน พร้อมเน้นย้ำประชาชนเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเด็กเล็ก และกลุ่มเสี่ยง 608หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือบ่อย ๆ หากมีอาการป่วยให้รีบไปพบแพทย์
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรค ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสมจำนวน 3,642 ราย เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งอัตราการครองเตียงและการรักษาในสถาบันพยาบาลยังคงต่ำกว่าค่ามัธยฐานในรอบ 5 ปีย้อนหลัง กลุ่มผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยแรงงานอายุระหว่าง 30 – 35 ปี ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาข้อมูลเปรียบเทียบกับต่างประเทศ จากรายงานของสถาบันคลังข้อมูลโรคติดต่อสาธารณรัฐสิงคโปร์ (Communicable Diseases Agency Singapore) ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พบดัชนีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า โดยมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 73 รายต่อวัน และตรวจพบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาระดับภูมิภาค
ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค เน้นย้ำให้ประชาชนร่วมกันเฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามแนวทางชีวิตวิถีใหม่อย่างเคร่งครัด เพื่อสกัดกั้นการแพร่เชื้อสู่กลุ่มเป้าหมายเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 และเด็กเล็ก โดยขอความร่วมมือให้หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะภายหลังการสัมผัสจุดเสี่ยงสาธารณะ และปิดปากปิดจมูกทุกครั้งเมื่อไอหรือจาม พร้อมทั้งสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อจำเป็นต้องเข้าสู่พื้นที่แออัดหรือชุมชนที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก และหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ หากปรากฏอาการระบบทางเดินหายใจ อาทิ มีไข้ ไอ หรือมีน้ำมูก ให้ทำการตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยชุดตรวจ ATK และแยกกักตัวจากผู้อื่น หากผลตรวจวิเคราะห์เป็นบวกให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาทันที โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422