คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมภารกิจสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ภายใต้โครงการ "ฝ่าพิบัติ ร่วมใจฝ่าภัยน้ำท่วมใต้" โดยภารกิจนี้เป็นไปตามนโยบายด้านการรับใช้สังคมและการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติของผู้บริหารมหาวิทยาลัย
การขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพเพื่อสังคมครั้งนี้ได้รับการมอบนโยบายโดยตรงจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี, รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริเดช สุชีวะ รองอธิการบดีฯ,และศาสตราจารย์ ดร.รัตน์ศิริ ทาโต คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้เน้นย้ำให้คณะพยาบาลศาสตร์เป็นกำลังสำคัญในการเข้าถึงและดูแลสุขภาพผู้ประสบภัยอย่างเป็นรูปธรรม
คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ จึงร่วมกับเพื่อนพึ่ง (ภาฯ), ช่อง 7HD และเครือข่ายจุฬาฯ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่องระหว่างวันที่ 4–10 ธันวาคม 2568 โดยมีทีมจิตอาสาประกอบด้วยอาจารย์และนิสิตปริญญาเอก ได้แก่ ผศ. ดร.วิวัฒน์ เหล่าชัย, อ. ดร.พัชรินทร์ ครองธรรม, อ. ภิญโญ เจริญสุข, พว. ดวงกมล สุขทองสา และพว. ณัฏฐณิชา สิงห์จาน เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนในเขตชุมชนและจุดบริการหลักในเมืองหาดใหญ่
ทีมงานได้ลงสำรวจและประเมินสถานการณ์ตั้งแต่แรกเริ่มในชุมชนสถานีรถไฟหาดใหญ่, ชุมชนเคหะ และศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ ก่อนจะวางแผนเปิดจุดบริการประชาชน 2 แห่ง ได้แก่ที่ทำการแพทย์รถไฟเขตหาดใหญ่และเซ็นทรัลหาดใหญ่ ชั้น 3 เพื่อให้การดูแลครอบคลุมพื้นที่
ในการปฏิบัติการเชิงรุก ทีมได้แบ่งออกเป็น 2 ชุด โดยทีมที่ 1 ให้บริการดูแลสุขภาพและเยี่ยมบ้านทำแผลแก่ผู้ป่วยในชุมชนบ้านพักรถไฟหลังอู่ ส่วนทีมที่ 2 ตั้งจุดบริการที่เซ็นทรัล หาดใหญ่ เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพคัดกรองโรคดูแลอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต
จากการลงพื้นที่ ทีมอาจารย์และนิสิตพบปัญหาสุขภาพที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ปัญหาผิวหนัง เช่น น้ำกัดเท้า แผลและการติดเชื้อ ผื่นแพ้ คันตัว และการถูกตะขาบกัด นอกจากนี้ยังพบอาการปวดเมื่อยร่างกาย นอนไม่หลับ ท้องเสีย การขาดยาประจำตัวของผู้ป่วยเรื้อรัง รวมถึงความเครียดและผลกระทบทางจิตใจหลังประสบอุทกภัย
ภารกิจนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์อันน่าชื่นชมของนโยบายผู้บริหารจุฬาฯ ที่มุ่งให้มหาวิทยาลัยเป็นกำลังสำคัญของประเทศในยามวิกฤติ และยืนยันบทบาทของคณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาฯ ในการบูรณาการทั้งการเรียนการสอน บริการวิชาการ และการจัดการภาวะภัยพิบัติเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมศักยภาพนิสิตให้มีทักษะสำคัญในการรับมือเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในอนาคต