หน้าแรก   |   ข่าวสารพยาบาล

สกู๊ฟพิเศษ : พยาบาลไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายระดับโลก

จำนวนผู้เข้าชม : 1011 ครั้ง


ในยุคที่ทั่วโลกต่างเผชิญกับความท้าทายด้านสาธารณสุข สถานการณ์ของ พยาบาลไทย ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากนานาชาติ โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง การขาดแคลนบุคลากร และ การอพยพย้ายถิ่น ที่กำลังเป็นสัญญาณเตือนให้ระบบสุขภาพของไทยต้องกลับมาทบทวนและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

เมื่อมองย้อนไปที่ข่าวในระดับโลก จะพบว่า สภาการพยาบาลระหว่างประเทศ (ICN) ได้แสดงความกังวลอย่างหนักแน่นว่า หากไม่มีการลงทุนในวิชาชีพพยาบาลอย่างเพียงพอ โลกจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงบริการสุขภาพถ้วนหน้าได้ Universal Health Coverage (UHC )มุ่งหวังให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

พยาบาลมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้ เพราะเป็นผู้ส่งมอบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน (Primary Healthcare) ในชุมชน เข้าถึงพื้นที่ห่างไกล และทำงานในสถานพยาบาลทุกระดับ หากไม่มีพยาบาลที่เพียงพอและได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี การเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นก็จะไม่สามารถทำได้อย่างทั่วถึง


การลงทุนที่จำเป็นการลงทุนในวิชาชีพพยาบาลไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวน แต่ต้องครอบคลุมถึงการศึกษาและฝึกอบรม พัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยและมีคุณภาพ ค่าตอบแทนและสวัสดิการ ปรับปรุงสภาพการทำงานและค่าตอบแทนให้เหมาะสมเพื่อจูงใจให้คนอยากเป็นพยาบาลและลดการลาออก สภาพแวดล้อมในการทำงาน สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และส่งเสริมการพัฒนาอาชีพอย่างต่อเนื่อง


การลงทุนในพยาบาลจึงไม่ใช่เพียงแค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่สำคัญและคุ้มค่าที่สุดเพื่อสร้างระบบสาธารณสุขที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับทุกคนค่ะ

คำเตือนนี้สอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทยอย่างชัดเจน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) เคยเปิดเผยว่า ในปี 2570 ประเทศไทยจะขาดแคลนพยาบาลถึง 53,000 คน ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่สถิติ แต่สะท้อนถึงภาระงานที่หนักเกินกว่ามาตรฐานของพยาบาลที่มีอยู่ นำไปสู่ปัญหา ภาวะหมดไฟ  และการตัดสินใจลาออก


จากภาวะความกดดันดังกล่าว ได้นำไปสู่ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า พยาบาลสมองไหล ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกและเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในประเทศไทย โดยมีรายงานข่าวว่าพยาบาลไทยจำนวนไม่น้อยกำลังเตรียมตัวเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อแสวงหาคุณภาพชีวิตและโอกาสที่ดีกว่า


 ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการย้ายถิ่นนี้ คือ ค่าตอบแทนที่สูงกว่า รายได้ในต่างประเทศสูงกว่าไทยหลายเท่าตัว ทำให้พยาบาลสามารถสร้างฐานะและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ ภาระงานที่สมเหตุสมผล สภาพการทำงานในบางประเทศมีภาระงานที่น้อยกว่าและเป็นระบบมากกว่า ทำให้พยาบาลมีสมดุลชีวิตและการทำงานที่ดีขึ้น โอกาสก้าวหน้าที่ชัดเจน ระบบการทำงานในต่างประเทศเปิดโอกาสให้พยาบาลเติบโตในสายอาชีพได้อย่างชัดเจน


การอพยพย้ายถิ่นของพยาบาลจึงไม่ใช่แค่การตัดสินใจส่วนตัว แต่เป็นผลพวงจากความท้าทายเชิงโครงสร้างในระบบสาธารณสุขที่ต้องได้รับการแก้ไข การแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในวิชาชีพพยาบาลอย่างจริงจัง ตั้งแต่การเพิ่มอัตรากำลังบุคลากร การปรับปรุงค่าตอบแทนและสวัสดิการให้เหมาะสมกับภาระงาน ไปจนถึงการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี เพื่อให้พยาบาลมีกำลังใจและยังคงเป็นกำลังสำคัญของระบบสุขภาพไทยต่อไป


 

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ข้อมูลและบทสัมภาษณ์ต่างๆ พอจะสรุปได้ว่า กลุ่มพยาบาลที่มีแนวโน้มย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างประเทศนั้น  มักจะมีคุณลักษณะและที่มาที่คล้ายคลึงกัน ดังนี้


พยาบาลในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนจำนวนมาก ทำให้พยาบาลมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลและช่องทางการไปทำงานต่างประเทศได้ง่ายกว่า 


พยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและเอกชน ข้อมูลจากงานวิจัยบางชิ้นพบว่า พยาบาลที่เคยทำงานในสถานบริการของรัฐ เอกชน แลสภากาชาดไทย มีสัดส่วนสูงในการย้ายไปทำงานต่างประเทศ 


พยาบาลที่มีประสบการณ์การทำงาน โดยเฉลี่ยแล้ว พยาบาลที่ตัดสินใจย้ายไปทำงานต่างประเทศมักจะมีประสบการณ์การทำงาน 1-5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพและมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของประเทศปลายทาง


จากการสำรวจและงานวิจัยที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันว่า ประเทศที่พยาบาลไทยนิยมไปทำงานมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา และ ประเทศในยุโรป รวมถึง ออสเตรเลีย แคนาดา และ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่เสนอค่าตอบแทนและสวัสดิการที่จูงใจ การอพยพย้ายถิ่นของพยาบาลเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยปัจจัยหลักไม่ได้อยู่ที่ว่าพยาบาลมาจากจังหวัดไหน แต่อยู่ที่ความต้องการในเรื่องของค่าตอบแทนและสภาพการทำงานที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความสำคัญและหาทางแก้ไขอย่างยั่งยืนต่อไป 

ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับประเทศปลายทางของพยาบาลไทย


งานวิจัยจากสถาบันการศึกษาวารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล (วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี กรุงเทพ) มีบทความเรื่อง แรงจูงใจในการย้ายถิ่นไปทำงานต่างประเทศตามมุมมองของพยาบาลไทย  ซึ่งระบุว่าพยาบาลที่ไปทำงานต่างประเทศส่วนใหญ่ทำงานในสถานบริการของเอกชนในสหรัฐอเมริกา และมีหลายปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจย้ายไป เช่น ต้องการประสบการณ์ ค่าตอบแทนที่มากขึ้น และการพัฒนาตนเอง, งานวิจัยเรื่อง  การศึกษาประสบการณ์และกระบวนการไปทำงานในต่างประเทศของพยาบาลไทย ซึ่งดำเนินการโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ,บทความข่าวจากสื่อTheCoverage.info ในบทความเรื่อง พยาบาลไทย กำลังไหลออก จ่อบินทำงาน สหรัฐ-ยุโรป ค่าตอบแทนสูง-ภาระงานต่ำ ได้ให้ข้อมูลว่าพยาบาลวิชาชีพกำลังมีภาวะสมองไหล และเตรียมตัวไปทำงานใน สหรัฐฯ และยุโรป เป็นจำนวนมาก ,บทความจาก Jobsdb ไทย เรื่อง เรียนพยาบาล หางานเมืองนอกดีไหม ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของพยาบาลในต่างประเทศ โดยระบุว่าพยาบาลจบใหม่หลายคนใฝ่ฝันอยากไปทำงานที่ สหรัฐอเมริกา เนื่องจากค่าตอบแทนสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ,องค์กรระหว่างประเทศ CGFNS International, Inc. ซึ่งเป็นองค์กรชั้นนำด้านการประเมินคุณสมบัติสำหรับพยาบาลที่ต้องการไปทำงานในสหรัฐอเมริกา ได้ให้ข้อมูลว่ามีพยาบาลจำนวนมากที่ผ่านการศึกษาในไทยและสนใจไปทำงานที่นั่น ,องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในรายงาน Nurse Migration The Asian Perspective" ได้กล่าวถึงประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีการย้ายถิ่นฐานของพยาบาล โดยมีบางส่วนกำลังเจรจากับญี่ปุ่นเพื่อทำงานที่นั่น ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่พยาบาลไทยเริ่มมองหาโอกาสในประเทศอื่นๆ ด้วย 

Recent Posts